แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - abc1888

หน้า: [1] 2
1


พลั่วสนาม พลั่วพับมัลติฟังชั่นทำจากวัสดุโลหะอลูมิเนียม+สแตนเลสอย่างดี ทนทานทุกรูปแบบการใช้งาน
มีเครื่องมือที่หลากหลาย จำเป็นต่อการดำรงชีพในยามฉุกเฉิน เช่นพลั่ว ,จอบ,เข็มทิศ ,แท่งแมกนีเซียมสำหลับจุดไฟ,ไขควง ,มีด ,เลื่อยและอื่นๆ
 
- พลั่วสนาม พลั่วมัลติฟังชั่นหลากหลายคุณสมบัติการใช้งานได้แก่พลั่ว/จอบ พลั่ว ,จอบ ,เข็มทิศ ,แท่งแมกนีเซียมสำหลับจุดไฟ,ไขควง มปะแจหกเหลี่ยม ,มีด,เลื่อย ,นกหวีด
- พลั่วพกพา ทำจากวัสดุโลหะอย่างดีมีความคงทนแข็งแรงโดยด้ามจับทำจากอลูมิเนียมหนา และหน้าจอบทำจากสแตนเลสคุณภาพสูง
- พลั่วอเนกประสงค์ ออกแบบให้แยกชิ้นส่วนได้ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและพกพา
- เหมาะสำหรับพกพาเพื่อใช้งานในกิจกรรมกลางแจ้งหรือสถานะการฉุกเฉินต่างๆเช่นเดินป่า แคมป์ปิ้ง ล่าสัตว์
 
 
พลั่วทหารชนิดพับได้ มีติดรถไว้ไม่เสียหาย
เพราะตอนออกเส้นทางธรรมชาติอยากจะขุดแซะเล็กๆน้อยๆ
ไม่ถึงขนาดต้องใช้จอบขนาดใหญ่
 
จะว่าใช้แต่งานเล็กๆคงไม่ใช่ เพราะในสนามรบคงต้องใช้พลั่วแบบนี้
ขุดสนามเพลาะ หรือหลุมไว้หลบภัย ตัวใครตัวมัน B)
 
พลั่วสนามแบบนี้ใช้ได้คล่องดี แถมพกพาสะดวก
ด้านบนของใบพลั่วพับตั้งฉากไว้สามารถเหยียบลงไปให้กินดินลึกๆ
ไม่ต้องฟันลงไปแรงๆ
บางรุ่นมีปลายอีเต้อร์มาด้วย ใช้งัดแงะแซะก้อนหินได้
อันข้างล่างพับได้ 3ท่อน บางรุ่นพับได้แต่ใบ ด้ามชิ้นเดียว พับไม่ได้
 
 
 
ผมเคยไป "แขวน" คือล้อตกข้างทางลอยอยู่ ท้องรถค้ำกับดินปนทราย
พยายามใช้ขวานแซะดินทรายใต้ท้องออกอย่างทุลักทุเล
สุดท้ายต้อง winch รถขึ้นจากร่องอยู่ดี
วันนั้นยังนึกเลยว่า ถ้าใช้พลั่วสนามแซะออกคงจะสะดวกกว่านี้
 
อาจารย์ Pex สอนผมว่าถ้าเราเจียร์3 ด้านโดยรอบของพลั่วให้คม
สามารถใช้ฟันไม้เล็กได้เลย
 
ผมเจียร์พลั่วด้ามไม้ ไม่แน่ใจว่าของทหารอะไร(เมกัน รัสเซีย) ที่ได้จากร้านพี่แดง
แม้เหล็กจะบาง แต่แข็ง คมได้เรื่องฟันได้ดีสมตัว
 
ส่วนพลั่วสนามของไทย ค่อนข้างหนัก เจียร์ง่าย(แปลว่าเหล็กอ่อน)
เจียร์แล้วยังรู้สึกว่าฟันไม่กี่ทีคงจะทื่อแน่



2


เครื่องดักยุง หรือแมลง แบบพัดลมดูด มีLED กำเนิดแสงUVสีม่วง ในการกำดึงดูดให้แมลงหรือยุงบินเข้ากับดักช็อตไฟฟ้าภายในเครื่อง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปราศจากรังสีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้
- เครื่องดักยุง ใช้เทคโนโลยี LED UV กำเนิดคลื่นแสงUVสีม่วง ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้
- เครื่องไล่ยุง มีพัดลมสำหรับดูด แมลงหรือยุงเข้ากับดักที่มีความทนทานและประสิทธิภาพสูง
- เครื่องดักยุงไฟฟ้า กับดักสามารถช็อตยุงหรือแมลงที่บินผ่านเข้าเครื่องโดยแรงดูดของพัดลมภายในเครื่อง
- เครื่องไล่ยุงไฟฟ้า วัสดุที่ปลอดภัย ABS วัสดุพลาสติก
- เครื่องดักยุงไฟLED กำลังไฟฟ้า: 5W
- แรงดันไฟฟ้า: 220 โวลต์
- ขนาด: 24x20x6.3 cm
- น้ำหนัก: 0.73kg
ยุงลาย
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย (Aedes Aegyti) ซึ่งยุงประเภทนี้จะมีเชื้อไวรัสแดงที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง โดยปกติยุงลายจะออกหากินในช่วงเวลากลางวันซึ่งจะแตกต่างจากยุงทั่วไปที่หากินเวลากลางคืน เมื่อถูกยุงลายกัด เชื้อจะวิ่งเข้าสู่ร่างกายประมาณ 2-7 วัน หลังจากนั้นจึงจะมีอาการแสดงออกว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไข้เลือดออก
อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกในรูปแบบของอาการนั้นจะแตกต่างกันออกไป เช่น หากในผู้ป่วนที่เป็นเด็ก อาจมีเพียงอาการไข้และ ผื่น ในอาการผู้ใหญ่อาจมีไข้สูง และปวดเมื่อยตามตัว ศีรษะ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เราสังเกตุได้ยากว่าติดเชื้อไข้เลือดออกหรือไม่ และหากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาช้าเกินไป อาจจะเสียชีวิตได้ เราจึงรวบรวมลักษณะสำคัญของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ดังนี้
– มีอาการไข้สูงเฉียบพันในระยะติดเชื้อ (2-7 วัน)
– มีอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้อาเจียน หรือท้องร่วงร่วมด้วย
– บางผู้ป่วยอาจมีจุดเลือดแดงขึ้นตามตัว แขนขา ข้อพับ เลือดออกตามไรฟัน หรือถ่ายอุจาระเป็นสีดำเนื่องจากเลือดไล่เข้าทางเดินอาหาร และอาจจะช็อคได้

ยุงก้นปล่อง
เป็นยุงที่มีปากที่เป็นท่อแหลมสำหรับดูดเลือดจากคนเพื่อเอาโปรตีนไปสร้างไข่ ยุงตัวเมียมักออกหาเหยื่อเวลากลางคืน โดยใช้ปากที่มีลักษณะเป็นท่อเจาะผิวหนังเพื่อดูดกินเลือด กระบวนการนี้ ตามปกติจะดำเนินไปโดยเหยื่อไม่รู้ตัว เนื่องจากยุงจะปล่อยน้ำลายออกมา เพื่อทำหน้าที่เป็นยาชา ทำให้คนถูกกัดไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งน้ำลายนี่เองที่มีเชื้อมาลาเรีย โดยยุงได้เชื้อนี้จากคนที่มันไปกัดมาก่อน เมื่อคนได้รับทำให้เป็นโรคไข้มาลาเรียได้
สูตรแก้ไข้ร้อยแปด
รากซิงซี่, รากคนทา, รากย่านาง, รากไม้ยายม่อม, รากมะเดื่อชุมพร
เอา 5 รากมาบดเป็นผงรวมกัน  ตักมา 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำ ดื่มได้เลยเวลาเป็นไข้



3


เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ สำหรับแบตเตอรี่ขนาด 12และ24V ให้กระแสเอาท์พุท 20A ซึ่งใช้เทคโนโลยีประมวลผลควบคุมการทำงาน สามารถแบ่งโหมดการชาร์จได้3ระบบเพื่อประสิทธิภาพสูงในการใช้งาน และยังมีระบบป้องกันความปลอดภัยในระบบเช่น กระแสไฟย้อนกลับ ไฟฟ้าลัดวงจร
- เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่ชาร์จจนเต็ม
- เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ขนาด 12vหน้าจอLCDแสดงผลค่ากระแสด้วยระบบดิจิตอล
- เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ขนาด 24v แบ่งโหมดการชาร์จเป็น3โหมดเพื่อการชาร์จประจุที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- ป้องกันกระแสไฟไหลย้อนและป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
- ระบบจะปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน
- มีความปลอดภัยสูงจะไม่เกิดประกายไฟขณะเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่
- สามารถเลือกแรงดันไฟฟ้าเอาท์พุท ตามขนาดแบตเตอรี่แบ่งเป็น 12Vและ24V
- แรงดันอินพุท:220V
- แรงดันเอาท์พุท:12V,24V
- กระแสเอาท์พุท:20A
- ขนาด:18.5x12.5x8.5cm
การชาร์จไฟแบตเตอรี่อย่างถูกต้องและปลอดภัย
1. ชาร์จด้วยวิธีชาร์จแบบปกติ หรือ ที่มิสเตอร์เอฟบีพยายามสร้างอารมณ์ขันด้วยการบอกว่า ชาร์จด้วยวิธีของพี่เป้า สายัญ สัญญา นะครับ ไม่แน่ใจว่ามันสร้างอารมณ์ขันหรือเปล่า แต่เป้าหมายคือ ต้องการสื่อสารว่า ให้ชาร์จด้วยกระแสน้อยๆ แต่ชาร์จนานๆ นั่นเอง แต่ก็มีคำถามถามต่อครับว่า ชาร์จด้วยกระแสน้อยๆ น้อยเท่าไหร่ และ ชาร์จนาน ๆ นานขนาดไหน รับรองว่าบทความนี้ตอบทุกคำถามคาใจแน่นอน
1.1 หมุน จุกปิดแบตเตอรี่ทั้ง 6 อันออก และวางกลับเข้าไปโดยไม่ต้องหมุนเกลียว เพื่อให้จุกสามารถเคลื่อนที่ได้ในกรณีที่ต้องระบายความดันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างชาร์จ โดยไม่ทำให้น้ำกรดกระเด็นออกมา
1.2 กระแสชาร์จ โดยปกติกระแสชาร์จไฟ ต้องวัดออกมาเป็นค่ากระแสตรงจากมิเตอร์วัดกระแสตรง แต่โชคไม่ดีที่เครื่องชาร์จในบ้านเรา มักติดตั้งมิเตอร์วัดกระแสชาร์จชนิดกระแสสลับ ไว้ที่เครื่อง ซึ่งจะให้ค่ากระแสที่สูงกว่ากระแสตรง อย่างไรก็ดี มิสเตอร์เอฟบี แนะนำว่า ร้านควรมีมิเตอร์วัดกระแสตรงชนิดห่วง (Clamp Amp. Meter) ที่เชื่อถือได้ เอาไว้วัดค่ากระแสตรงที่ปลายสายชาร์จ เพื่อเปรียบเทียบกับค่ากระแสสลับที่อ่านได้จากเครื่องชาร์จ สิ่งที่เราต้องการคือ ค่ากระแสตรงที่ออกไปสู่แบตเตอรี่รถยนต์ โดยไม่ต้องสนใจค่าที่เราอ่านได้จากมิเตอร์วัดกระแสสลับในเครื่องชาร์จของเรา
1.3 การตั้งกระแสชาร์จไฟนั้น หากอิงตามทฤษฎี มีแนะนำไว้ว่า ให้ตั้งกระแสชาร์จไฟ (กระแสตรง) ไปที่ 8 เปอร์เซ็นต์ของความจุของแบตเตอรี่ (Capacity 20 Hrs.) อ้างอิงได้จาก Catalog เช่น ชาร์จแบตเตอรี่ที่มีความจุ 50 Ah. ให้ตั้งค่ากระแสไปที่ 50 x 8% = 4 แอมแปร์ (A.) อย่างไรก็ดี ในการปฏิบัติจริง เราใช้ค่าที่ 10% จะง่ายกว่าในการคำนวนครับ ดังนั้น ควรตั้งค่าเป็น 50 x 10% = 5 A.
1.4 วิธีพิจารณาว่าแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็ม (Fully Charged) มี 3 ลักษณะดังต่อไปนี้ โดยให้พิจารณาทั้ง 3 รายการควบคู่กันไป
1.4.1 เกิดฟองก๊าซเล็กละเอียดมากมายในทุกช่อง เห็นเป็นสีขาวขุ่น (ในช่วงต้นของการชาร์จ จะเกิดฟองก๊าซขึ้นเช่นกัน แต่ไม่เล็กละเอียดและมีไม่มากนัก แต่จะค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นในระหว่างการชาร์จ)
1.4.2 ค่าโวลท์ขณะชาร์จไฟ (ไม่ต้องปิดเครื่องชาร์จ และให้ระมัดระวังขณะวัด) อยู่ที่มากกว่า 15 โวลท์ขึ้นไป โดยให้วัด 3 ครั้ง ห่างกัน 15 นาที หากโวลท์มิเตอร์เป็นชนิด ดิจิตอล 2 ตำแหน่ง ให้พิจาณาทศนิยมตำแหน่งที่ 1 ก็เพียงพอ
1.4.3 ค่าความถ่วงจำเพาะขณะชาร์จไฟ มีค่าคงที่ โดยแบตเตอรี่น้ำ หรือ Conventional Battery จะมีค่า ถพ อยู่ที่ประมาณ 1.260 โดยที่ แบตเตอรี่แห้ง หรือ Maintenance Free Battery จะมีค่า ถพ อยู่ที่ประมาณ 1.280 ในบางรุ่นมีค่า (1.300)
2. ชาร์จด้วยวิธีชาร์จเร็ว หรือ Qulck Charge ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่แนะนำ และหากจำเป็นต้องชาร์จด้วยวิธีนี้ จะต้องดำเนินการอย่างถูกต้องดังต่อไปนี้
2.1 ตั้งกระแสการชาร์จไฟไปที่ 50% ของความจุ เช่น แบตเตอรี่ที่มีความจุ 50 Ah. จะตั้งค่ากระแสชาร์จไว้ที่ 50 x 50% = 25 A.
2.2 ชาร์จไม่เกิน 1 ชั่วโมง เนื่องจากในการชาร์จเช่นนี้ จะทำให้แบตเตอรี่มีอุณหภูมิสูง และ อุณหภูมิสูง ไม่เป็นผลดีกับแบตเตอรี่
2.3 ต้องไม่ให้อุณหภูมิของแบตเตอรี่สูงเกิน 50 องศาเซลเซียส หรือ ไม่สามารถวางหลังมือบนผน้งของแบตเตอรี่ได้ อาจช่วยควบคุมความร้อนของแบตเตอรี่ได้ด้วยการหล่อเย็นด้วยน้ำธรรมดาที่อุณหภูมิห้อง โดยอาจจุ่มแบตเตอรี่ไว้ในอ่างน้ำ และควบคุมปริมาณน้ำหล่อเย็นไม่ให้มีอุณหภูมิสูงเกินไป และ ให้มีระดับพอดีกับระดับขีดบนที่ระบุไว้ด้านข้างแบตเตอรี่ หรือ สูงกว่าเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำหล่อเย็นไหลเข้าไปในแบตเตอรี่
หมายเหตุ :
1. การชาร์จด้วยวิธีชาร์จเร็วนี้ เป็นการชาร์จไฟที่มิสเตอร์เอฟบีไม่แนะนำ เพราะนอกจากยุ่งยากแล้ว ยังต้องระมัดระวังในหลายจุด การไม่ระวัง ไม่มีการควบคุมที่ดี อาจส่งผลถึงคุณภาพของแบตเตอรี่ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ หรือ แม้แต่อาจจะเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือร่างกายได้ เนื่องจาก ต้องใช้กระแสสูงในการชาร์จไฟ เกิดความร้อนสะสมมากกว่าปกติ
2. ในการชาร์จแบตเตอรี่เคลม ที่มีปัญหาไฟหมดนาน มีค่า ถพ กรด ทุกช่อง และ ค่าโวลท์ ต่ำผิดปกติ สามารถใช้การชาร์จด้วยวิธีชาร์จเร็วนี้ กระตุ้นแบตเตอรี่สัก 1 ชั่วโมง อย่างที่บางท่านเรียกว่า ละลายซัลเฟต ก่อนการชาร์จไฟปกติได้ ซึ่งหลายครั้งสามารถช่วยกระตุ้นให้แบตเตอรี่ที่มีปัญหาไฟหมดนาน สามารถถูกใช้งานได้อีก แต่ไม่ทุกลูกที่สามารถถูกกระตุ้นได้ ขึ้นอยู่กับสภาพของแบตเตอรี่ลูกนั้น ๆ ครับ :)
3. จะเห็นว่า มิสเตอร์เอฟบี ไม่ได้ระบุว่า การชาร์จไฟจะมีระยะเวลาเท่าไหร่ เนื่องจากไม่สามารถตอบได้ครับ เพราะขึ้นอยู่กับสภาพของแบตเตอรี่แต่ละลูก แต่เป้าหมายในการชาร์จของเราอยู่ที่ แบตเตอรี่ทุกลูกจะต้องถูกชาร์จไฟจนเต็ม ก่อนติดตั้งในรถ หรือ ก่อนการใช้งานครับ :)



4
อาหาร / อุปกรณ์ชงกาแฟแบบพกพา French Press
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2016, 08:08:26 AM »



เครื่องชงกาแฟ French Press แบบพกพากว่าศตวรรษมาแล้วที่วิธีการชงชา, กาแฟแบบ French Press เป็นวิธีการชงที่ดีและเรียบง่ายที่สุดให้คุณได้ดื่มด่ำกับกลิ่นและรสชาติเข้มข้นที่ไม่ถูกลดทอนลงไปด้วยกระดาษกรองอย่างวิธีการชงแบบอื่น
สิ่งนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นของขวัญแก่คอกาแฟ ไม่ว่าเทศกาลไหนๆ
ทั้งของขวัญงานแต่งงาน, ขึ้นบ้านใหม่, วันเกิด,วันครบรอบแต่งงาน
- เครื่องชงกาแฟ French Press แบบพกพาผลิตจากวัสดุคุณภาพเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นตัวแก้วที่ผลิตจากแก้วโบโรซิริเคด
ซึ่งเป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มีความทนทาน สามารถป้องกันการกัดกร่อน,ความร้อนได้ดี ส่วนชิ้นส่วนด้านใน เช่น ฝา, ตัวสูบ,ตัวกรอง ผลิตจากสแตนเลสนอกจากนี้ด้านล่างยังรองไว้ด้วยเจลซิลิกาคุณภาพดี ซึ่งมีความอ่อนนุ่ม, กันลื่น,ป้องกันน้ำร้อนลวก และไม่เสียรูป
- เครื่องชงกาแฟ ด้านข้างของอุปกรณ์สีขีดแสดงปริมาตรในหน่วยมิลลิลิตรทำให้ง่ายต่อการควบคุมส่วนผสมต่างๆ เพื่อให้สามารถชงกาแฟรสชาติดีได้ทุกครั้ง
- ชงกาแฟ หูจับอุปกรณ์ถูกออกแบบเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวจึงสวยงามและจับถนัดมือ
- เครื่องชงกาแฟสด สามารถกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพและอายุการใช้งานนาน
 
สำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟเป็นประจำคงจะเข้าใจและรู้ว่ารสชาติของกาแฟที่ชงจากเครื่องชงแบบ French press จะให้รสชาติและกลิ่นของกาแฟที่ดีมากเมื่อเทียบกับการชงแบบอื่น
ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนที่ดื่มกาแฟสำเร็จรูปเป็นประจำนะ
เพราะรสชาติและขั้นตอนการชงจะต่างกันมากอยู่แล้ว
 
brewing-by-french-press
 
โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบชงกาแฟด้วยวิธีนี้อยู่แล้วเพราะจะได้กาแฟที่มีทั้งกลิ่นและรสชาติของกาแฟอย่างเต็มที่เพราะไม่ได้ถูกกระดาษกรอง
กรองออกไป (กรณีชงด้วยเครื่องชงแบบ Drip จะต้องใช้กระดาษกรอง)และอีกเหตุผลคือการชงแบบนี้ง่ายและไม่ต้องรอนาน
 
สิ่งสำคัญสำหรับการชงกาแฟด้วยเครื่องชงกาแฟแบบ Frenchpress
 
   สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องสนใจสำหรับการชงกาแฟด้วยเครื่องชงแบบ Frenchpress คือ ขนาดของเมล็ดกาแฟหลังจากบดแล้วขนาดของเมล็ดกาแฟที่ดีสำหรับการชงด้วยเครื่อง French press ต้องหยาบเพื่อไม่ให้กากของกาแฟไปติดที่ตระแกรงของเครื่องชงกาแฟถ้าบดเองอาจจะปรับไปที่ขนาดหยาบสุดของเครื่องบดก็ได้
แต่ถ้าซื้อเมล็ดที่บดจากร้านค้าก็แค่บอกทางร้านว่าเราจะนำไปชงด้วยเครื่องชงแบบ Frenchpress ทางร้านก็จะทำการปรับขนาดการบดเมล็ดกาแฟให้เป็นขนาดที่พอดีสำหรับการชงด้วยเครื่องชงแบบFrench press
   ลำดับต่อไปคือปริมาณของกาแฟที่ใช้ในการชง โดยปกติจะใช้กาแฟ 2 – 3ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 150 – 200 มิลลิลิตรแต่สามารถปรับปริมาณของกาแฟได้ตามความชอบ
 
หลังจากได้และรู้ปริมาณของกาแฟที่ต้องการใช้สำหรับการชงกาแฟแล้วต่อไปก็เป็นขั้นตอนการชงกาแฟ
 
   เริ่มด้วยการเอา plunger ออกแล้วเทกาแฟลงไปในเครื่องชง
   จากนั้นแล้วเทน้ำร้อนลงไป อาจจะคนเล็กน้อยเพื่อให้กาแฟและน้ำเข้ากันและเพื่อให้กาแฟที่ลอยอยู่จมลงไปในน้ำได้ง่ายขึ้น
    ปิดplunger ลงไปแต่ยังไม่กด แล้วรอเวลาประมาณ 3 – 5นาที
   จากนั้นจึงกด plunger ลงไปเป็นอันเรียบร้อยที่เหลือก็แค่เทกาแฟใส่แก้ว
 
เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มรสชาติของกาแฟ
 
   เทคนิคอย่างหนึ่งเพื่อรักษารสชาติของกาแฟคือใช้ระยะเวลาที่เราต้องรอกาแฟไปอุ่นถ้วยกาแฟโดยเทน้ำร้อนลงไปในแก้วแล้วทิ้งไว้ซักพักจนแก้วเริ่มอุ่นแล้วจึงเทน้ำออก
หรืออาจจะเทน้ำร้อนใส่แก้วไว้แล้วรอเวลาจนกว่ากาแฟจะเสร็จค่อยเทน้ำร้อนออกจากแก้วก็ได้
วิธีนี้เป็นการรักษาอุณหภูมิของกาแฟ
   วิธีการกด Plunger ให้ใช้น้ำหนักของมือเราเองและออกแรงเพิ่มเล็กน้อยค่อยๆกด plunger ลงไปช้าๆ เมื่อกดลงไปจนหมดแล้วก่อนจะเทกาแฟใส่แก้วให้รอเวลาซักประมาณ 25 – 30 วินาทีเพื่อให้กากกาแฟเล็กๆ ที่ลอยอยู่จมลงสู่ก้นของเครื่องชง


5

เตาชีวมวล เตาไฟสแตนเลสพลังงานชีวมวล ใช้เชื้อเพลิงที่หาได้จากธรรมชาติทั่วไปเช่นกิ่งไม้ใบหญ้า โครงสร้างของเตาออกแบบให้มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กำเนิดเปลวไฟความร้อนสูง ทำจากวัสดุสแตนเลสมีความคงทนแข็งแรงไม่บิดงอขณะใช้งาน สามารถถอดแยกเป็นชิ้นๆเพื่อง่ายต่อการจัดเก็บและพกพา

- เตาชีวมวล ใช้เชื้อเพลิงจากธรรมชาติที่หาได้ทั่วไปเช่น กิ่งไม้ ใบไม้ หรือขี้เลื่อย
- เตาชีวมวลสแตนเลส ให้เปลวไฟที่มีความร้อนสูง
- เตาชีวมวลแกลบ ทำจากวัสดุสแตนเลสที่มีความแข็งไม่บิดงอง่ายขณะใช้งาน
- เตาแก๊สชีวมวล เหมาะสำหรับงานกลางแจ้ง เช่นเดินป่า แคมป์ปิ้ง
- สามารถถอดแยกเป็นชิ้นๆ ง่ายต่อการพกพาและจัดเก็บ
- ขนาด 8x9.4x13.89cm

 เชื้อเพลิงจากเศษไม้ ขี้เลื่อย แกลบ ฟางข้าว
การแปรรูปเศษไม้ไม่ใช้แล้วให้เป็นพลังงานทดแทน เป็นวิธีหนึ่งในการนำเศษไม้ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ โดยปกติการนำชีวมวลไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานทดแทนสามรถทำได้สองแนวทางคือโดยกระบวนการทางชีวภาพและโดยกระบวนการด้านความร้อน พบว่า เศษไม้จากโรงงานแปรรูปไม้และผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้มีข้อจำกัดทางองค์ประกอบทางกายภาพและเคมี ประกอบด้วยโมเลกุลของ คาร์บอน ไฮโดรเจน และธาตุต่างๆ ไม่เหมาะสมสำหรับกระบวนการแปรรูปพลังงานด้วยการใช้กระบวนการทางชีวภาพ ดังนั้น การนำเศษไม้ไม่ใช้แล้วจากโรงงานแปรรูปไม้และผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้ไปใช้ประโยชน์ในด้านการแปรรูปเป็นพลังงาน จะใช้กระบวนการแปรรูปทางความร้อนเป็นหลัก เช่น เทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น

แก๊สซิฟิเคชั่น คือ เทคโนโลยีการแปรรูปชีวมวลให้เป็นพลังงานในรูปก๊าซเชื้อเพลิง (Fuel gases) โดยอาศัยกระบวนการทางเคมี ความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในสภาวะจำกัดปริมาณอากาศ แสดงในรูปที่ 1 เมื่อให้ความร้อนแก่ชีวมวลร่วมกับเทคนิคการจำกัดปริมาณอากาศ (Air) หรือออกซิเจน (Oxygen, O2) หรือไอนํ้า (Steam) เพื่อให้เกิดสภาวะที่มีการควบคุมปริมาณออกซิเจนในสัดส่วนที่ตํ่ากว่าปริมาณที่ทำให้เกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิงอย่างสมบูรณ์ (หรือทำให้เกิดสภาวะการเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์ที่มีการควบคุม) ทำให้ชีวมวลเกิดการแตกตัวเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ในรูปของแข็งและก๊าซ โดยก๊าซที่ได้จากกระบวนการนี้มีลักษณะเป็นก๊าซเชื้อเพลิงหลายชนิดปะปนอยู่ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbonmonoxide, CO) ก๊าซไฮโดรเจน (Hydrogen, H2) ก๊าซมีเทน (Methane, CH4) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide, CO2) ก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen, N2) และก๊าซอื่นๆ เรียกว่า โปรดิวเซอร์ก๊าซ (Producer gas) และหากก๊าซมีความบริสุทธิ์สูงจะประกอบไปด้วยก๊าซหลักๆ ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรเจน (H2) จะเรียกว่า ก๊าซสังเคราะห์ (Synthesis gas, SYNGAS)

กระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่นจากชีวมวลเป็นกระบวนการเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์ ดังนั้น ปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นจะมีความซับซ้อนและสามารถเกิดผลิตภัณฑ์หรือก๊าซหลายชนิดขึ้นอยู่กับลักษณะของชีวมวลและเทคนิคในการจำกัดปัจจัยต่างๆ เช่น กรณีการใช้อากาศเป็นตัวทำปฏิกิริยาจะได้ก๊าซที่มีค่าความร้อนตํ่า หากมีการเติมไอนํ้าจะทำให้ได้ก๊าซที่มีค่าความร้อนเพิ่มสูงขึ้น ส่วนกรณีการใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์แทนอากาศจะทำให้ได้ก๊าซที่มีค่าความร้อนสูง อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวไม่ได้มีเพียงแต่ก๊าซเชื้อเพลิงเท่านั้น ยังมีของแข็งและสิ่งเจือปนที่ไม่สามารถเผาไหม้ได้หมด ได้แก่ ถ่านชาร์ (Char) เถ้า (Ash) นํ้ามันดิน (Tar) และไอนํ้า เป็นต้น


6


- ขวานสแตนเลส ทำจากวัสดุโลหะ 420
- ขวานสแตนเลส มีด้านคมและแหลม
- ขวานสแตนเลสขนาดพกพา มีน้ำหนักเบา
- ขวานเดินป่า เหมาะสำหรับงานกลางแจ้งเช่น ตั้งแคมป์เดินป่า
- ขวานพกพา ความแข็ง: 56HRC
- ขวาน ความยาวรวม:39cm
- ขวานสแตนเลสขนาดพกพา ความกว้างของใบมีดขวาน:9.5cm
- ความหนาของใบมีดขวาน:0.2cm
- น้ำหนัก:0.9kg

การเตรียมตัวไปแคมปิ้ง
    หลายๆท่านที่อยู่อาศัยในตัวเมือง หรือศูนย์การค้าเป็นหลักที่คิดจะเริ่มลองออกไปแสวงหาธรรมชาติพิสุทธิ์และงดงาม ต้องหัดเตรียมตัวกันนิดนึงก่อน โดยทั่ว ๆ ไปวิธีที่ง่ายสุดคือไปกับคนที่รู้ไม่งั้นก็ไปกินอยู่กันลำบากแน่ แบบไม่สนุกเพราะขาดการเตรียมตัวที่ดีนั่นเอง จนอีกหน่อยเที่ยวไป ๆ ของในเป้คุณจะน้อยลงไปเองโดยอัตโนมัติและความลำบากเล็ก ๆ น้อย ๆ จะกลับกลายเป็นเรื่องสนุกไป  มือใหม่อย่างเราควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเพราะเรายังไม่รู้ความต้องการใช้สิ่งของที่แท้จริง ในป่า ซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่ากัน
    การหาข้อมูลก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ...ต้องเลือกจุดหมายปลายทางที่จะไปเสียก่อน ที่เที่ยวอย่าง เขาใหญ่ แก่งกระจาน ปัจจุบันก็หนาแน่นไปด้วยผู้คนและร้านค้าจนแทบไม่ต้องเตรียมอะไรแล้วครับ แต่ถ้าเริ่มต้นเดินป่า ค้างแรมที่ ๆ แปลกออกไปสักนิด (แน่นอนว่าบรรยากาศย่อม "สด" กว่าฮะ เลือกให้ตรงใจว่าจะไปที่ไหนแน่ ดูให้ตรงกับฤดูกาลด้วย เช่นไปน้ำตกที่มีโอกาสเจอน้ำป่าหรืออุทกภัยช่วง เดือนตุลาคมก็คงไม่ปลอดภัย ก็เลี่ยงไปเปนการเดินทุ่งดอกไม้หรือไปทางอีสานซึ่งสวยสุดหน้าเดียวคือหน้าฝนซะเลย อย่างนี้เป็นต้น แหล่งข้อมูลทางหนังสือที่มีก็ทั้งอนุสาร อสท. หนังสือทริป แหล่งท่องเที่ยว ATG สารคดี Update แหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เนท
    จากนั้นก็เป็นการวางแผน..... อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น เดินเข้าป่าดุ่ม ๆ ไปนี่ก็คงจะมีแต่ชาวบ้านกะพรานที่อยู่แถวนั้นที่เขาทำกัน เราต้องวางแผนก่อนว่าจะไปกันยังไงดี บางที่ขืนตะบึงตะบันขับรถไปเอง แต่เจอทางยากเดินเหนื่อย ขาขับรถกลับ จะอันตรายเปล่า ๆ รึจะลองไปรถหวานเย็นดู ไม่ก็ลองนั่งรถไฟหรือโบกรถกันซะเลย นอกจากนี้ก็ต้องรู้ว่าจะไปกันกี่วัน บางคนไปยอดเขาแห่งหนึ่ง ยังเผื่อไว้ 9 วันครับ เดินจริงไม่ถึงหรอก แต่ต้องเผื่อหลงไว้ เพราะเป็นเส้นที่ไม่มีใครเคยเดิน สักกี่คน มือใหม่คงเอาแค่หอมปากหอมคอ ถ้าไปได้ในวันธรรมดาก็จะดีมาก เพราะคนไม่เยอะครับแต่ถ้าทำไม่ได้ก็หลีกเลี่ยงเทศกาล ที่มีผู้คนมากมายเหลือเกิน อาจทำให้ท่านเสียความรู้สึกซะเปล่า ๆ
    เมื่อวางแผนเรียบร้อย และได้เดินทางไปจนถึงที่เริ่มเดินเท้าแล้ว เราจะต้องตรวจดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนว่าอยู่ครบถ้วนหรือไม่ โดยปกติแล้วเมื่อเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ลงในเป้หลังแล้ว จะพบว่าข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จะมีที่ที่เหมาะสมของมันอยู่แล้วตามช่องเป้หลังต่าง ๆ เมื่อท่านเริ่มเดินป่าไปหลาย ๆ ครั้ง ทุกอย่างก็จะเข้าที่ไปโดยอัตโนมัติ แต่ช่วงแรกควรถามผู้ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จะทำให้เราได้รับความรู้และประโยชน์มากที่สุด ก่อนจะเริ่มเดินทางสัก 30 นาที ขอให้ดื่มน้ำให้อิ่มและเติมน้ำในกระติกให้เต็ม เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องเก็บไว้ใช้ และขอแนะนำว่าให้นำอาหารแห้ง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรืออาหารกระป๋องและข้าวสารใสไปในสัมภาระส่วนตัวของคุณสัก 1 ชุดไว้ก่อนเสมอ ในกรณีที่มีคนหาบสัมภาระให้ แต่ถ้าหากไม่มีคนหาบก็ขอให้แบ่งอาหารกระจายไปในกลุ่มโดยทั่วถึงกันเป็นชุด ๆ เผื่อว่าในกรณีที่พลัดหลงกันจะได้มีอาหารรับประทานกันทุกคน และอีกอย่างหนึ่งที่จะละเลยกันไม่ได้ก็คือ การศึกษาเส้นทางที่เราจะเดินทางไป เพราะในบางครั้งอาจมีลำธารมาขวางกั้น หรืออาจมีป่าทึบมากจนไม่สามารถ ผ่านไปได้ ทำให้เราต้องเปลี่ยนทิศทางในการเดิน หรือถ้าคุณต้องการเดินทางไปให้ถึงหมู่บ้านของชาวบ้านท้องถิ่นให้เดินเลาะลำธารและแม่น้ำ เพราะชาวบ้านมักจะอาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำชุมทางแม่น้ำทุกแห่ง มักจะเป็นเส้นทางการคมนาคม และประกอบการค้าของชาวบ้านเสมอ เพื่อเป็นการเตรียมตัวในการผจญภัยให้เต็มที่ จึงควรตรวจดูแผนที่และทิศทางก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางด้วย
    เมื่อทุกอย่างได้เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว เราก็เริ่มออกเดินทางกันได้เลย ในการเดินทางนั้นควรจะเดินไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเดินทางเป็นเส้นตรงเลยทีเดียว เมื่อพบว่าจะมีสิ่งกีดขวาง ก็ให้พยายามใช้วิธีหลีกเลี่ยงเพื่อเป็นการออมกำลังไว้ จึงไม่ควรใช้กำลังฝ่าอุปสรรคนั้นเข้าไปโดยไม่จำเป็น เช่น เดินหลบเลี่ยงไปสักหน่อยดีกว่าที่เราจะต้องใช้กำลังบุกฝ่าป่าที่รกทึบเข้าไป เพียงเพราะมองเห็นแค่ระยะทางสั้นกว่า และในการเดินป่าไม่ควรเดินอย่างรีบร้อน แต่ควรเดินพิจารณาไปอย่างช้า ๆ และมองดูสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันสัตว์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามทางเดิน ตลอดเวลาของการเดินทางต้องใช้ความระมัดระวังให้เป็นพิเศษ อย่าเดินด้วยความซุ่มซ่าม เพราะจะทำให้เกิดการฟกฟ้ำดำเขียวหรือบาดแผลขึ้นกับตัวเราได้ อีกทั้งยังต้องฝึกตัวเองให้เป็นคนที่มีสายตาว่องไว และคุ้นเคยกับสภาพของป่า นั่นคือการหัดสังเกตสิ่งที่กีดขวางให้ดีเสียก่อน

7


- อุโมงค์แมว วัสดุ: ผ้าโพลิเอสเตอร์ที่จะมีเสียงกรอบแกรบเมื่อเหยียบ
- อุโมงค์แมว โครงเหล็กทรงสปริง ช่วยคงรูปร่างของอุโมงค์ได้อย่างแข็งแรง
- ของเล่นแมว มาพร้อมกับลูกบอลแขวนที่ปลายอุโมงค์เล่นกับแมว และช่องแมวแอบมองที่ตรงกลาง
- อุโมงค์แมวคุณภาพดี พับเก็บให้เล็กได้ง่าย เหมาะแก่การจัดเก็บหรือพกพา
อุโมงค์แมวทรงตัว T เป็นเหมือนกันสนามเล่นสำหรับแมว ให้แมวแสนซนของคุณได้มีที่เล่น, ซ่อนแอบ, สำรวจได้อย่างเพลิดเพลิน แม้คุณไม่อยู่บ้านหรือไม่ว่างเล่นด้วย ด้วยจำนวนท่อที่มากถึง 3 ท่อทำจากผ้าที่มีเสียงกรอบแกรบเมื่อเหยียบ, ช่องแมวแอบมอง, และลูกบอลแขวนที่ปลายอุโมงค์ แมวของคุณจึงมีที่ให้เล่นมากขึ้นและสนุกกว่าอุโมงค์แบบท่อเดียว นอกจากจะเป็นสนามเล่นสำหรับแมวแล้ว ยังเป็นที่ให้แมวแอบหลบแดดได้อีกด้วย เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ให้แมวตั้งแต่ 1 - 3 ตัวเล่นซุกซนด้วยกัน
สำหรับสาวกแมวทั้งหลาย การหยอกล้อกับแมวของตัวเอง คงเป็นสิ่งที่น่าเพลิดเพลินใจที่สุด แต่บางครั้งเราอาจลืมไปว่า แมวก็มีอารมณ์เบื่อหรือเซ็ง หากต้องเล่นกับของเล่นหรือวิธีการเดิม ๆ เช่นเดียวกัน ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าคุณรู้ใจแมวเพิ่มขึ้นอีกสักนิด เพื่อให้การเล่นกับแมว เป็นความสนุกสนานของทั้ง 2 ฝ่ายไปพร้อมกัน ดังนี้

 1. ทำตัวเหมือนเหยื่อ

          แมวจะรู้สึกสนใจและอยากเล่นกับคุณมากขึ้นเมื่อตัวเองกลายเป็นผู้ล่า และเห็นอีกฝ่ายมีการตอบโต้ ไม่ใช่นิ่งเฉย หรือไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ กลับมา นอกจากนี้หากคุณคิดจะซื้อของเล่นให้แมวสักชิ้น ควรเป็นของเล่นที่สามารถเคลื่อนไหวได้หรือมีหางยาว ๆ อย่างเช่น ไม้ล่อแมว ลูกบอล เป็นต้น ที่สำคัญควรตรวจเช็กให้แน่ใจว่า ของเล่นดังกล่าว ปลอดภัยกับแมวจริงหรือไม่

สาวกแมวรู้เอาไว้ อยากให้แมวสนุกต้องเล่นแบบนี้

 2. ให้ความรักด้วยการเล่น

          กิจวัตรประจำวันของแมวประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก นั่นคือ เที่ยว กิน และนอน ทั้งนี้คุณอาจเติมความสนุกสนานให้กับแมว ด้วยการแบ่งเวลามาเล่นสักประมาณ 15-20 นาทีต่อวัน โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน เพราะไม่เช่นนั้น เจ้าแมวตัวดีอาจขึ้นมาร้องเรียกเหมียว ๆ ข้างหูในช่วงกลางดึก เพื่อให้คุณตื่นไปเล่นด้วยกัน

 3. ให้แมวเป็นผู้ชนะบ้าง

         การเล่นกับแมวก็ไม่ต่างจากการเล่นกับเด็ก ถ้าคุณจ้องจะเอาชนะอยู่ฝ่ายเดียว หรือปล่อยให้แมววิ่งไล่ตามของเล่นไปเรื่อย ๆ แม้จะดูเป็นเรื่องสนุกสำหรับหลาย ๆ คน แต่บางครั้งแมวอาจรู้สึกท้อแท้ หรือเบื่อหน่ายได้ และบางครั้ง หากคุณนำของชิ้นเดียวกันกลับมาเล่นอีก คราวนี้คุณอาจโดนแมวเมินหรือไม่สนใจไปเลยก็ได้

สาวกแมวรู้เอาไว้ อยากให้แมวสนุกต้องเล่นแบบนี้

 4. ปรับปรุงนิสัยด้านลบกลายเป็นบวก

          อย่างเช่น ในกรณีที่แมวของคุณชอบวิ่งเข้ามากัดข้อเท้า หรือทั้งฟัดทั้งเหวี่ยงเท้าเป็นว่าเล่น คุณควรหาของเล่นติดตัวเอาไว้ และถ้าหากคุณเห็นแมวส่งสัญญาณว่ากำลังจะทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก ให้โยนของเล่นไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อทำให้แมวไขว้เขวและเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ของเล่นแทน คราวนี้แมวก็จะหันไปกัดของเล่น แทนที่จะงับเท้าหรือขาของคุณ

 5. ไม่ควรใช้นิ้วแหย่แมว

         หากคิดว่า การที่แมวตัวน้อยกำลังต่อสู้และพยายามอย่างหนัก เพื่อจะไล่จับนิ้วของคุณเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูแล้วล่ะก็ ควรจะเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่และใช้ของเล่นในเวลาที่ต้องการเล่นกับแมวจะดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นแมวอาจติดนิสัยกัดนิ้วเราไปจนโต ที่สำคัญอย่าลืมแนะนำคนอื่น ด้วยว่า อย่าเผลอใช้นิ้วหยอกล้อกับแมวเราด้วย
          คราวนี้คงรู้กันแล้วนะคะว่า ถ้าอยากให้แมวรู้สึกสนุกสนานกับการเล่นของคุณ สามารถทำได้อย่างไรบ้าง จากนี้ก็อย่าลืมนำเทคนิคดังกล่าวไปใช้กันดู และหากใครมีวิธีเล่นกับแมวที่น่าสนใจ นอกเหนือจากนี้ ก็อย่าลืมนำมาแบ่งปันกันบ้างนะคะ

8
[img width=781,height=781]https://4.bp.blogspot.com/-YJjHUcK0M2Y/WDK1pjr7BrI/AAAAAAAAAJs/7SJp4EJfxpk5XNPM-00BcG9wo6B3vrIJACEw/s1600/6_3_14.jpg[/img]


 
พวงกุญแจอเนกประสงค์ ประยุกต์เป็นเครื่องมือคีมหนีบ,ไขควงแฉก,ไขควงปากแบน,คีมตัดมีขนาดเล็กพกพาสะดวกสามารถห้อยเป็นพวงกุญแจได้ ทำจากวัสดุ สแตนเลส +ทังสแตน
เหนียวแข็งแรงและปลอดสนิม
 
พวงกุญแจอเนกประสงค์ 6in1พวงกุญแจเครื่องมือเอนกประสงค์ มีขนาดเล็กกระทัดรัดพกพาสะดวก
สามารถประยุกต์เป็นเครื่องมือช่างได้ 6รูปแบบประโยชน์การใช้งานพวงกุญแจอเนกประสงค์
 
พวงกุญแจสามารถปรับประยุกต์เป็นเครื่องมือต่างๆได้เช่น คีมหนีบ,ไขควงแฉก,ไขควงปากแบน,คีมตัดพวงกุญแจอเนกประสงค์ ทำจากวัสดุ สแตนเลส +ทังสแตน เหนียวแข็งแรงและปลอดสนิม
 
ประวัติความเป็นมาของการประดิษฐ์กุญแจนักประวัติศาสตร์ไม่แน่ใจว่าเริ่มต้นที่ไหน
มีข้อสันนิษฐานว่ากุญแจกลไกลูกแรกทำด้วยไม้มีการพัฒนาโดยอิสระในหลายพื้นที่ในเวลาเดียวกัน เช่นจีน เปอร์เซีย อียิปต์ แอสซีเรีย (Assyria) กรีก และโรมันจากหลักฐานบนภาพวาดเฟรสโกในวิหารอียิปต์โบราณแสดงให้เห็นว่ากุญแจไม้ถูกใช้มาตั้งแต่
4,000 ปีก่อน บางแหล่งอ้างว่ามีการใช้กุญแจหลากหลายประเภท เช่น padlock (กุญแจสายยู) door lock, cylinder lock, pin lock, pin-tumbler lock,cylinder pin-tumbler lock, Yale lock ฯลฯ ระบบกุญแจที่รู้จักครั้งแรกเป็นกุญแจแบบพิน (pin lock) โดยจะมีพินไม้ซึ่งจะตกลงมาในรูบนไม้ขัดแตะประตูตามแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้ไม้ขัดแตะเลื่อนไม่ได้  ส่วนลูกกุญแจจะมีแท่งไม้มีความยาวที่พอดีกับการยกพินไม้ในรูบนขัดแตะประตูซึ่งความยาวของแท่งไม้คือตัวแปรสำคัญในการปลดกุญแจ ลูกกุญแจ (แท่งไม้)
ถูกใส่เข้าไปในรูและสลักจะถูกดันในระยะที่พอดี ทำให้สามารถเลื่อนขัดแตะประตูออกได้
         กุญแจแบบนี้ยังพบในญี่ปุ่น นอร์เวย์ และเกาะฟาโรห์และยังคงถูกใช้ในอียิปต์ อินเดีย
นอกจากนั้นยังถือว่าเป็นบรรพบุรุษหรือต้นแบบของกุญแจล็อคระบบพินที่ใช้กันในทุกวันนี้ ต่อมามีการพัฒนาวัสดุในการผลิต โดยทำด้วยทองเหลืองหรือเหล็ก ในอียิปต์โบราณกุญแจโลหะเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคม นอกจากนี้ยังพบว่ามีการประดับด้วยการฝังมุกทอง และเงินบนกุญแจในซากของเมืองปอมเปอี (Pompeii) อีกด้วย ชาวโรมันโบราณได้พัฒนาระบบกุญแจให้ดีขึ้นอีกโดยรวมระบบกุญแจของอียิปต์และกรีกเข้าด้วยกัน และยังคิดค้นกลไกกุญแจที่ติดตั้งด้านในประตู แต่สามารถไขกุญแจจากด้านนอกของประตูผ่านรูกุญแจได้ แม้ชาวจีนและคนแถบตะวันออกใกล้ (ประเทศแถบเอเชียตะวันตก) มีการคิดค้น พัฒนา padlock แต่ชาวโรมันถูกถือว่าเป็นชนชาติที่ทำให้กุญแจเป็นที่รู้จักและนิยมในยุคนั้น โดยทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง พกพาง่าย นอกจากนี้ช่างกุญแจยังทำให้ลูกกุญแจมีขนาดเล็กลง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับช่างกุญแจในปัจจุบันหลังจากอาณาจักรโรมันเสื่อมลง เริ่มเข้าสู่ยุคกลาง ซึ่งนับเป็นยุคทองของช่างกุญแจ เป็นช่วงที่มีการว่าจ้างช่างกุญแจสร้างกุญแจสำหรับป้องกันสิ่งของมีค่าของปราสาท ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นกลไกเท่านั้น แต่ยังมีความสวยงามในเชิงศิลปะอีกด้วย ซึ่งนับจากยุคกลางจนมาถึงยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ในแง่กลไกของกุญแจไม่มีการพัฒนาปรับปรุงมากนักมีเพียงลูกเล่นและการเล่นลวดลายเท่านั้น ทำให้การสะเดาะกุญแจเป็นสิ่งที่ไม่ยากนัก
         การเริ่มต้นพัฒนาระบบกุญแจสมัยใหม่ถูกเริ่มอย่างจริงจังในปีค.ศ.1778 ในประเทศอังกฤษ เริ่มโดย โรเบิร์ต บาร์รอน (Robert Barron) ได้ประดิษฐ์ระบบกุญแจแบบ lever tumbler lock ซึ่งเป็นกุญแจเพื่อความปลอดภัยอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของระบบกุญแจได้เริ่มแล้ว หลังจากการบุกเบิกของบาร์รอน ก็มีนักประดิษฐ์อย่าง บรามาห์ นิวเวลล์ ชับบ์ แอนดรูว์ เปอร์ตีต์พารอนส์ และเยล ปีค.ศ.1784 (ระหว่างการพัฒนากุญแจของบาร์รอนและของชับบ์ (Chubb) ได้ประดิษฐ์เครื่องจักรต่างๆอีกหลายอย่าง ในปี ค.ศ.1844 ไลนัส เยล (LinusYale) ได้ประดิษฐ์กุญแจระบบไส้พินโลหะ (pin-tumbler cylinder lock) โดยมีลักษณะพื้นฐานแบบเดียวกันกับระบบกุญแจของอียิปต์ยุคแรกๆโดยลูกชายของเขา ไลนัส เยล จูเนียร์ (LinusYale junior) พัฒนาให้ลูกกุญแจแบนและเล็กลงโดยมีขอบหยัก(มีลักษณะเหมือนลูกกุญแจในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นลักษณะพื้นฐานของกุญแจแบบพินโลหะสมัยใหม่ (modern pin-tumbler locks) และยังสามารถผลิตในจำนวนมากได้อีกด้วย ในปี ค.ศ.1857 เจมส์ ซาร์เจนท์ได้ประดิษฐ์คิดค้นระบบกุญแจแบบรวม (combinationlock) ได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกผลงานการคิดค้นกุญแจของเขาได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ผลิตตู้นิรภัยและกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ.1862 ไลนัส เยล จูเนียร์ (Linus Yale Jr.) ซึ่งเป็นวิศวกรเครื่องกลและผู้ผลิตกุญแจได้จดสิทธิบัตรไส้กุญแจระบบพินโลหะ (cylinder pin-tumbler lock) ซามูเอลซีกัล (อดีตตำรวจเมืองนิวยอร์ก) ประดิษฐ์กุญแจจิมมีปรู๊ฟล็อคอันแรก (jimmy proof lock) ในปีค.ศ.1916 ซึ่งซีกัลป์ถือสิทธิบัตรอยู่ 25 ปี แฮร์รี่ โซเรฟ ทำกุญแจสายยู (padlock) ซึ่งทั้งแข็งแรงและง่ายต่อการใช้  โครงสร้างของกุญแจทำด้วยแผ่นโลหะ
         แนวโน้มของกุญแจในปัจจุบันมีการพัฒนาการใช้งานได้สมบูรณ์แบบมากขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้งาน และชนิดของกุญแจและระบบกุญแจก็มีมากขึ้น การผลิตในระบบอุตสาหกรรมที่ผลิตเป็นจำนวนมากทำให้การออกแบบเน้นหลักการใช้งานและความแน่นหนามากกว่าที่จะมุ่งเรื่องความสวยงามหรือทางด้านศิลปะ ทำให้ผู้มีสุนทรียภาพ นิยมสะสมกุญแจในยุคเก่าๆซึ่งนอกจากจะออกแบบตามการใช้งานแล้ว ยังคำนึงถึงความงามทางกายภาพอีกด้วย กุญแจรุ่นเก่าๆเหล่านี้นับวันก็จะหาชมและสะสมได้ยากขึ้นตามความก้าวหน้าของการผลิต และการออกแบบระบบกุญแจในปัจจุบันและอนาคต      
 
[video]hN19rtcmWKo[/video]

9
[img width=951,height=951]https://4.bp.blogspot.com/-lgCJrnA5g6g/WDKaTGsWL9I/AAAAAAAAAJI/SSFSbcqt0sAlM8NZsl0ORo3YB9NXTT0XACEw/s1600/3_12.jpg[/img]

มีดใบตาย
- มีดพกพาใบมีดจะล็อคเมื่อเปิดออกจากด้ามจับ
- มีดสั้น คุณสมบัติ:ใบมีดแฝด
- มีดใบตายวัสดุใบมีด: 440สแตนเลส

มีดพก ความยาวรวม:21cm
- ความยาวใบมีด:9.9cm
- ความยาวด้ามจับ:11.1cm
- ความกวางใบมีด:2.5cm
- ความหนาของใบมีด:0.5cm
- วัสดุใบมีด:3Cr17 สแตนเลส
- ความแข็ง:58HRC
- น้ำหนัก:0.2kg
- สีใบมีด:ดำลมควัน

เหมาะสำหรับการพกพาไว้เดินป่า มีดใบตาย สำหรับพกพา ทำจากวัสดุคุณภาพดี ราคาย่อมเยาว์

ทำไมต้องเดินป่า
การเดินในป่า เป็นการชาร์จแบตให้กับตนเอง มีงานวิจัยและบันทึกหลายฉบับพบว่า ธรรมชาติสีเขียวช่วยผ่อนคลายความเครียดทางจิตใจ และช่วยฟื้นฟูสมาธิ การเดินในป่ายังได้ออกกำลังกาย ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ และการเดินป่ายังได้ความสนุก ตรงที่เป็นการผจญภัยอย่างหนึ่ง

เตรียมตัวก่อนเข้าป่า
โบราณว่า คืบก็ป่า ศอกก็ป่า หมายถึง หลายอย่างในป่า พลาดแล้วย้อนกลับไม่ได้ เพราะในป่าไม่มีร้านขายของ ไม่มีบ้านคนให้ความช่วยเหลือ เราจึงควรเตรียมตัวไปให้พร้อม และเดินทางด้วยความไม่ประมาท หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ

ก่อนจะไปเดินป่า ควรมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อหาซื้ออาหาร เตรียมอาหาร ชาร์จแบตเตอรี่ หาอุปกรณ์ จัดของ ศึกษาแผนที่ ถ้ามีเวลาน้อยกว่านี้ อาจตกหล่นบางเรื่องไป แค่ซื้ออาหารอย่างเดียวก็อาจไม่ทัน เพราะอาหารแห้งบางอย่างขาดตลาดช่วงนั้นพอดี ยกเว้นคนที่เดินป่าเป็นประจำ และมีของทุกอย่างสำรองไว้แล้ว อาจใช้เวลาเตรียมตัวแค่วันเดียว แต่ถ้ามีอุปกรณ์ไม่ครบต้องไปหาซื้อ เวลาเพียง 1 สัปดาห์จะไม่พอ เพราะอุปกรณ์เดินป่าไม่เหมือนอุปกรณ์ที่ใช้ตามบ้าน จึงไม่มีวางขายตามร้านค้าทั่วไป

การจัดของควรทำแต่เนิ่นๆ เพราะอุปกรณ์เดินป่าค่อนข้างจุกจิก ถ้ามาจัดของวันสุดท้ายก่อนเดินทาง มักจะจัดไม่ทัน ทำให้คืนนั้นนอนน้อย พอวันรุ่งขึ้นไปเดินป่า จะไม่ค่อยมีแรง นอกจากนี้ การจัดของเวลารีบๆ มักจะลืมของบางอย่าง ทำให้เวลาอยู่ในป่าไม่มีใช้

เวลาเข้าป่า ต้องใช้อวัยวะทุกส่วนในร่างกาย หยุดพักไม่ได้เลย คนที่จะเข้าป่า จึงควรมีร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วย ถ้ามือเจ็บจะหยิบของลำบาก ถ้าคอเจ็บจะกินลำบาก ถ้าเท้าเจ็บจะเดินลำบาก ส่วนสำคัญที่สุด คือ เท้าและหัวเข่า เพราะว่าต้องใช้งานไม่หยุด ไม่ว่าจะเดินช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น ก่อนออกเดินทาง ควรตรวจสอบว่า เท้าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ไม่มีแผล หรือเจ็บเท้า และเมื่อใส่ถุงเท้า กับรองเท้า รวมทั้งถุงกันทาก ครบเหมือนกับเวลาเดินป่าแล้ว นิ้วเท้าไม่เกยทับกัน และ ไม่มีจุดเสียดสีให้รู้สึกเจ็บเลย ทดลองไถลไปข้างหน้าเหมือนเวลาลงเขา เล็บเท้าจะต้องไม่ชนกับหัวรองเท้า ถ้าเจ็บเท้า แม้เพียงเล็กน้อย เวลาเดินไปเรื่อยๆ จุดที่มีปัญหา จะยิ่งถูกกดทับ เสียดสี ทำให้เจ็บหนักขึ้น อาจเดินได้ไม่เต็มเท้า หรือเดินช้าจนกลายเป็นภาระ นอกจากนี้ เล็บนิ้วมือควรตัดให้สั้น ถ้าเล็บยาว เวลารื้อของในเป้ มีโอกาสเล็บหัก พอเล็บหักแล้วอาจทำให้หนังฉีก เจ็บนิ้ว ทำอะไรก็ลำบาก แต่ไม่ควรตัดสั้นเกินไป เพราะอาจต้องใช้เล็บเพื่อทำอย่างอื่นด้วย เช่น ฉีกของ เล็บเท้าก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่านิ้วเท้าจะไม่ชนกับหัวรองเท้า ก็ควรจะตัดให้สั้น เผื่อเวลาที่ใส่รองเท้าแตะ เล็บมีโอกาสโดนเกี่ยวหักได้




10


ตู้ปลาขนาดเล็กสไตล์โมเดิลแบบตั้งโต๊ะรูปทรงแปลกตาสวยงาม มาพร้อมปั๊มน้ำกำลัง 2 วัตต์ในตัว และไฟ LED 3W มีอายุการใช้งานมากกว่า 26 ปี สร้างบรรยากาศให้กับห้องนั่งเล่น, ห้องทำงาน, ห้องนอน ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับเลี้ยงปลาขนาดเล็ก
ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู และขนาดไม่ใหญ่ ตู้ปลาขนาดเล็ก เหมาะสำหรับเลี้ยงปลาในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือ ห้องน้อน
- ตู้ปลาขนาดเล็ก ขนาด: เส้นผ่านศูนย์กลาง 29 ซม. สูง 26.5 ซม. หนา 15 ซม.
- ตู้ปลามินิ ปริมาตร: 4 ลิตร
- ตู้ปลา กำลังไฟปั๊มน้ำ: 2W
- วัสดุ: พลาสติก ทนทานไม่แตกง่าย
- ประหยัดพลังงาน

ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา
     การเลือกสถานที่
คุณสมบัติของน้ำที่นำมาใช้เลี้ยงปลา
1.อุณหภูมิ หากอุณหภูมิสูงปริมาณออกซิเจนจะละลายได้น้อย  และน้ำที่อุณหภูมิต่ำปริมาณออกซิเจนจะละลายได้สูงปกติปลาชอบอาศัยอุณหภูมิระหว่าง25-32 องศาเซลเซียส
2.ความขุ่น  ความขุ่นของน้ำตามธรรมชาติเกิดจากสารอินทรียสาร เช่น ตะกอน  โคลนตมซึ่งเป็นอุปสรรรคต่อการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำความขุ่นของน้ำจะประกอบด้วย แพลงตอนสีเขียว หากมีมากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อปลาได้
3.ความเป็นกรดด่าง  น้ำที่มีค่าpH อยู่ระหว่าง 6.5-8.5  ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเหมาะแก่การเลี้ยงปลามากที่สุด  หากน้ำเป็นกรดมากปลาจะไม่อยากกินอาหาร  ความต้านทานโรคต่ำ  หากน้ำเป้นด่างมากปลาจะตาย
4.คาร์บอนไดออกไซด์  โดยทั่วไปคาร์บอนไดออกไซด์จะมาจากการหายใจของพืชและสัตว์  และการสลายอินทรียสาร  ปลาจะหลีกเลี่ยงไม่อยู่ในน้ำที่มีระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูงเกินกว่าระดับ  5 ppm
5.ก๊าซแอมโมเนีย  เป็นก๊าซที่มีพิษต่อปลามากเกิดจากเศษอาหารที่หลงเหลืออยู่และมูลต่างๆที่ปลาขับถ่ายออกมา  ทำให้ปลาเบื่ออาหาร  เคลื่อนไหวช้าลง
6.ก๊าซไข่เน่า  เกิดจากการหมักหมมและการย่อยสลายอินทรียสารในก้นบ่อ  จะเกิดปัญหานี้ถ้าให้อาหารปริมาณมาก   แม้เพียง0.1-0.2 ppmก็อาจทำให้ปลาตายได้
ประเภทของบ่อเลี้ยงปลา
1.บ่ออนุบาล     เป็นบ่อสำหรับเลี้ยงปลาอ่อนหลังจากออกจากไข่ใหม่ๆ  หรือในระยะที่ยังไม่สามารถป้องกันภัยจากศัตรูได้   บ่อเลี้ยงลูกปลาไม่ควรมีขนาดใหญ่มากนักสามารถใช้บ่อดิน  บ่อซีเมนต์ตั้งแต่ขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตรถึง 800 ตารางเมตร
2.บ่อเลี้ยงพ่อแม่ปลา  ใช้เป็นบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ควรจะมีขนาดเนื้อที่ประมาณ400-1600ตารางเมตร  ความลึกประมาณ 1.5เมตร
3.บ่อเลี้ยง     นิยมบ่อดิน  ขนาดบ่อควรขึ้นอยู่กับชนิดของปลาและขนาดปลาที่เลี้ยง
วิธีการสร้างบ่อ
สร้างได้ 2 แบบคือ
1.บ่อแบบขุดดินออก  พื้นก้นบ่ออยู่ต่ำกว่าระดับดินเดิม  ไม่ต้องทำคันบ่อให้แข็งแรง  เหมาะกับพื้นที่ลุ่ม  เช่น ในนาข้าว  เพียงแต่ขุดดินลงไปแล้วเสริมคันบ่อ
2.บ่อแบบยกคัน         สร้างในที่ราบไม่ต้องขุดดินบริเวณกลางบ่อ  นำดินที่ขุดมาทำเป็นคันดินโดยรอบอย่างแข็งแรง  แบบนี้เหมาะสำหรับการเลี้ยงปลาอย่างยิ่งเพราะสามารถเก็บกักน้ำได้และระบายน้ำได้ดี       
พื้นก้นบ่อ   จะต้องเรียบไม่มีหลุมแอ่ง  ควรจะมีการลาดเทไปทางระบายน้ำออกเพื่อสะดวกแก่การระบาบน้ำ
คันบ่อ   เป็นส่วนสำคัญในการเก็บกักน้ำ  ต้องมีความแข็งแรง  และต้องไม่รั่วซึม  ดินที่ขุดขึ้นจากบ่อเพื่อเสริมให้เป้นคันบ่อ  ควรสุงพอป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝนหรือฤดูที่น้ำมากต้องขุดระยะไม่น้อยกว่า 1.5-2 เมตร  จากเชิงลาดของบ่อด้านในเพื่อป้องกันการทรุดตัวของบ่อ  คันบ่อควรมีเชิงลาด1:2 ด้านนอก1:1  ด้านที่ต้องปะทะกับลมควรทำเชิงลาดให้มากเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน
ทางระบายน้ำเข้าออก  อาจจะใช้การสูบ หรือทำทางระบายน้ำออก   หากทำเป็นท่อระบาย  ควรมีขนาดและอยู่ในจุดที่เหมาะสม  โดยท่อน้ำเข้าจะต้องอยู่สูงจากระดับน้ำในบ่อด้านส่วนกว้างและตื้นของบ่อ  เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาว่ายทวนน้ำ  หรือหนีออกจากบ่อ  ขณะเดียวกันเมื่อน้ำไหลเข้าบ่อ  มวลของน้ำจะไหลจากที่ตื้นไปสู่ที่ลึกทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในทางหมุนเวียน
สำหรับท่อน้ำออก  ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งฝั่งตรงข้ามของทางน้ำเข้าในส่วนที่ลึกที่สุด  เพื่อระบายน้ำส่วนที่ต่ำสุดออกไปก่อน  ในกรณีที่ต้องการทำทางน้ำล้น  ก็สามารถทำได้โดยเอียงท่อเป็นมุมที่เปิดจากระดับต่ำสุดในบ่อ  ถึงระดับน้ำที่ต้องการ
  ข้อแนะนำ  ทางน้ำเข้าและน้ำออกนี้จำเป็นจะต้องมีตะแกรงป้องกันปลาในบ่อว่ายออกมา และศัตรูนอกอ่างปลาว่ายเข้ามาด้วย
การเตรียมบ่อ
ควรให้พื้นที่บ่อมีโอกาสได้รับแสงแดดและออกซิเจน  ซึ่งเป็นการกำจัดปริมาณเชื้อโรคต่างๆในบ่อปลาให้น้อยลงและปล่อยให้อินทรียสารที่หมักหมม อยู่ในบ่อมีการย่อยสลายตัว
บ่อดินขุดใหม่
ต้องมีการวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน(ค่าpH)
บ่อดินเก่า
ควรมีการระบายน้ำออกก่อน  โดยเฉพาะบริเวณก้นบ่อ  ปรับปรุงบ่อส่วนที่ชำรุด

[video]opwVzdEOuaU[/video]

11


มีดคารัมบิต FOX รุ่น G10 คุณลักษณะโศภิตมากๆ

มีดคารัมบิต
- คดีแวงรวมเบ็ดเสร็จ : 19.0 ซม.
- มีดพกพา วัตถุใบมีดพร้า : AUS-8
- มีดใบตาย เนื้อความด้าน : 59 HRC
- เครื่องมือมือจับฉวย : Gสิบ
เหมาะด้วยว่า ยิ่งนักแสดงมีดถิ่นจักซ้อมหมุนพร้า ไม่ใช่หรือ เก็บหักรวบรวม
ประกอบด้วยรูปลักษณ์น่ารัก เนรมิตละเครื่องมือบริเวณคงอยู่คงทน
สินค้าคุณลักษณะโศภิตรูปลักษณ์งามเลิศ ได้ที่เพราะว่าผู้มลักมีดพกนำทุกๆเธอขา
มีด Karambit หรือว่า Kerambit ยังมีชีวิตอยู่พร้าขาดใบชุ้ง
ประกอบด้วยที่มาณซีกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพิเศษหมู่เกาะมาหาเล
โดยถ้อยคำต่อว่า Karambit เปลืองในที่เมืองประเทศฟิลิปปินส์
แง่มุมวาจาต่อว่า Kerambit ใช้คืนในแคว้นอินโดนีเซียด้วยกันมาเลเซีย
มีข้อยืนยันดุ Kerambit ประกอบด้วยการบังเกิดที่ทางจับชวาข้าวของอินโดนีเซีย
โดยคว้าแบบแผนมาสู่เคลื่อนกรงเล็บโจร
ยิ่งไปกว่านั้นได้รับสารภาพเดโชละเครื่องอุปกรณ์การเกษตร พ่าง
เคียวเกาะเกี่ยวข้าว
พบเห็นต่อว่ามีดพร้าโน้มเชี่ยวชาญทวีเรื่องทำเป็นในที่งานซอยจัดหามาเจริญรุ่ง
 พร้าประเภทตรงนี้จัดหามาแบ่งเสด็จพระราชดำเนินยังแดนใกล้กัน ได้แก่
กัมพูชา ประเทศลาว ประเทศพม่า มาเลเซีย ไท กับฟิลิปปินส์
มีด Kerambit จับหมายความว่ามีดของใช้ชั้นวรรณะใต้ไม่ใช่หรือกสิกร
เพราะว่าพานพบต่อว่านักรบชาวมาเลเซียพร้อมกับอินโดนีเซียภายในอดีตจักประกอบด้วยกริช
 (Kris) เสียดสีเอว แห่งระหว่างที่น้ำมือหยิบหอก หมวด Kerambit
สรุปยังไม่ตายขีปนาวุธทางผ่านบ๊วยที่งานต่อกรครั้งเสียอาวุธข้างในแขนอื่นๆประดาครู่ประจญ
 
นอกจากสตรีอีกทั้งเปลืองมีดพร้าขนานตรงนี้ขัดกระผมวางกินในที่การคุ้มครองเนื้อตัว
 (Self-defense) ยุคปัจจุบันศิลป์งานเผชิญ Silat ฉวยเตือนมีดพร้า kerambit
ยังไม่ตายศาสตราที่มั่นแผนกหนึ่งถิ่นที่สัมผัสฝึก
พร้อมกับประกอบด้วยยุยงขนันโขในที่ศิลป์การปะทะวิธา Filipino martial arts
ด้วยซ้ำ
ในดินแดนประเทศอินเดียก็มีมีดพร้าด้วนแดนประกอบด้วยรูปพรรณเลียนผังกรงเล็บผู้ร้ายเช่นเดียวกัน ร้องเรียกดุ Bagh nakh โปร่งบางงวดเอ่ยมีดพร้ารูปพรรณสัณฐานตรงนี้ตวาด
กรงเล็บของหนุการนับ
กับหลงเชื่อหาได้ติเตียนคงกอบด้วยการเผยแพร่จารีตมาหาสู่อินโดนีเซียเพราะ
มีดขาด Karambit แผนที่ประเทศฟิลิปปินส์ (Filipino karambit)
ได้มาคล้องกระแสความแบบดุจเยอะในทิศตะวันตกเนื่องด้วยจัดจ้านศิลป์การขัดขืนได้รับพาเสด็จเผยแพร่
 
เข้าร่วมเข้ากับพลังข้าวของอาวุธยุทธภัณฑ์ณงานซ่อมทันต์ได้รับวิธามีสมรรถนะ
มีด Karambit ตั้งแต่แรกมีชีวิตมีดใบมอดหมดแอ่นความจุจิ๊ด
กอบด้วยรอบรู้ญิบกล้าพร้อมด้วยมีวงแหวนพื้นที่ปลายมือถือเพื่อให้บรรจุนิ้ววางประกอบกิจแยกออกลำบากแก่เฒ่างานโดนแก้ผ้าอาวุธยุทธภัณฑ์
มีดขาด Karambit
ตามสมัยนิยมกอบด้วยรูปพรรณสัณฐานย่านผิดแผกเคลื่อนที่ละอาวุธยุทธภัณฑ์สมัยเก่าสล้าง
 บริหารผละอุปกรณ์คุณค่ารุ่งเรือง มีอยู่ตลอดมีดพร้าใบมรณะพร้อมกับมีดพับ
มีอยู่มูลค่าเถินกว่าจนกระทั่งเทียบเคียงเข้ากับจุดเริ่มของใช้มีดพร้า
Karambit แห่งอดีตสมัย
มีดใบถึงแก่มรณกรรมกอบด้วยรวมหมดแผนกคมทวิแถบกับฝ่ายเดี่ยว ทว่ามีดพร้าเลิกจะกอบด้วยเชี่ยวชาญหน้าเดี่ยว การชดใช้มีดพร้า Karambit
มักจะชดใช้ทั้งเป็นศัสตราเพราะงานแข่งขันรักษารูปณพักติด
ในสมัยนี้มีด Karambit ประกอบด้วยเปลืองข้างในมากจุดมุ่งหมายทั่วการตั้งขึ้นแค้มป์
ล่าสัตว์ ศิลปะการรบ รวบรวม พร้อมกับใช้ที่งานปกป้องรูป
จึ่งกอบด้วยงานดีไซน์มีดพร้ามากหลายรูปร่างพร้อมด้วยเยอะแยะปริมาตร
มีด Karambit โดยมากมักนำหมวด Reverse grip
(มีดตามสมัยนิยมดีไซน์มอบให้คล้องแปลน Forward grip หาได้สำหรับ
แต่ว่าเพราะว่าประดาษจากนั้นมีดพร้าย่อมเยาดีไซน์มาหาส่งให้เกาะ Reverse
grip มีชีวิตเครื่องยึดเหนี่ยว)
ต่อจากนั้นการกินมีดพร้าจึงโดยมากจำเป็นต้องเปลืองข้างในท่อนล้อมเคียงข้างด้วยกันปากเหยี่ยวปากกาขู่ทำนองมากหลาย
 แตะต้องอิงข้อความฉับไวกับฝีไม้ลายมือเนินแล้วจึงจักใช้ได้ประเสริฐ
นอกจากนั้นมีดพร้า Karambit กอบด้วยแผนการใช้คืนใสระบอบเนื้อที่กอบด้วยลักษณะเฉพาะเฉพาะตัว
ซึ่งแปลงอำนวยมีดพร้ารูปร่างตรงนี้ประกอบด้วยข้อความได้รับเปรียบเสมือนมีดพร้าตัวอย่างอื่น
ไม่ว่ากูจะชำระคืนมีดประการใดใดก็จงประกอบข้อคดีรู้จักมักจี่กับดักมีดตรงนั้นมีชีวิตแผนกถูกใจ
เพื่อที่จะทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทข้อดี-เงื่อนไขเครื่องใช้มีดย่านอีฉันชดใช้
 
การฝึกปรือยังมีชีวิตอยู่วัตถุปัจจัยเด่นในที่การเปลืองศาสตราทั้งหมดประเภทคว้าจำพวกประกอบด้วยศักยภาพบวกทั้งพร้าเช่นกัน                                   

   
[video]elanE8ulQxk[/video]

12


ชุดช้อนส้อม ตะเกียบ แบบพกพาออกแบบให้มีขนาดกระทัดรัดโดยสามารถพับเก็บใส่กล่องได้เมื่อไม่ใช้งานมีสีสันที่สวยสดใส ประกอบด้วยชุด ช้อน ส้อม ตะเกียบ เหมาะสำหรับพกติดตัวในการเดินทางแคมป์ปิ้ง เข้าค่าย หรือเดินป่า
- ชุดช้อนส้อม ตะเกียบ มีขนาดกระทัดรัดพับเก็บได้
- ชุดช้อนส้อมพกพา ในเซ็ตประกอบด้วย ช่อน,ซ่อม และตะเกียบ
- ชุดช้อนส้อมตะเกียบ มีสีสันสวยสดใส
- ชุดช้อน ทำจากพลาสติกมีน้ำหนักเบาและทนทาน
สินค้าประกอบด้วย
- ช้อน x 1
- ซ่อม x1
- ตะเกียบ x2
อาจเป็นอุบัติเหตุทางประวัติศาสตร์ที่ผู้คนในยุคปัจจุบันใช้ส้อมเพื่อเกลี่ยข้าวเข้าช้อน เพราะฟังก์ชั่นของส้อมในห้วงเวลานำเข้ามาในสังคมสยามสมัยรัชกาลที่4 ชนชั้นสูงยังคงมะงุมมะงาหราในการใช้ส้อม พวกเขาใช้ส้อมแทงหรือทิ่มอาหารส่งเข้าปาก พร้อมกับข้อสงสัยถึงประโยชน์ที่แท้ของส้อม ว่าส้อมอาจช่วยให้มือซ้ายไม่ต้องเปื้อนจากการใช้มือหยิบอาหาร!
แล้วตอนไหนที่เราใช้ส้อมเกลี่ยข้าวเข้าช้อน?
ในสังคมตะวันตกยุคกลางเป็นยุคเจริญรุ่งเรืองของการกินอาหารด้วยมือ พระราชาพระราชินีรวมถึงชาวไร่ชาวนาล้วนใช้มือกินอาหาร ชามซุปเป็นของส่วนกลางที่ผู้คนในวงข้าวต่างใช้ยกซดร่วมกัน หรือใช้ทัพพีหรือช้อนแต่ไม่ได้ใช้ในลักษณะช้อนกลางอย่างปัจจุบัน ถ้าลองนึกภาพวงข้าวในยุคกลางการกินอาหารยุคกลางจึงค่อนข้างชุลมุน
บรรดาเครื่องมือการกินบนโต๊ะอาหาร ส้อมถือกำเนิดหลังสุด มีดเป็นเครื่องมือประกอบการกินที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ตะวันตก ส้อมไม่ปรากฏบนโต๊ะอาหารชาวกรีกซึ่งประกอบด้วยช้อน มีด และมือของพวกเขา
ส้อมถูกผลิตขึ้นมาในช่วงคริสศตวรรษที่11 แต่กว่าจะถูกนำมาใช้งานบนโต๊ะอาหารก็ต้องรอจนถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 และกลายเป็นแบบแผนการกินอันมีมารยาทของชาวตะวันตก
เมื่อดูจากลักษณะของส้อม ปลายแหลมของมันเป็นเหมือนเครื่องมือปลิดชีวิตมากกว่าเครื่องมือในการส่งอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย ดุจจินตนาการความน่าสะพรึงกลัวในบทกวีที่ชื่อว่าส้อม (The Fork) ของชาร์ลส์ซีมิค (Charles Simic)
ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่17 การยกซดซุปเริ่มเป็นกิริยาน่ารังเกียจพวกเขาจะรินซุปใส่ชามตรงหน้าตัวเอง กติกามารยาทบนโต๊ะอาหารยังกำหนดให้เช็ดช้อนของตนให้สะอาดเสียก่อนที่จะตักซุปในชามกลางครั้งต่อไป นี่คือมาตรฐานที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น จนเกิดการแยกช้อมส้อมและถ้วยซุปของแต่ละคนออกจากกัน
แต่ถ้าเรามองการใช้ช้อนตักของเหลว ใช้ส้อมทิ่มอาหารของชาวตะวันตกเมื่อหลายศตวรรษก่อน ก็จะเกิดคำถามด้วยสำนึกคนสมัยปัจจุบันว่าทำไมเรื่องง่ายๆ สมเหตุสมผลอย่างนี้จึงใช้เวลาก่อตัวตั้งหลายศตวรรษ
ในสมัยรัชกาลที่ 4ชนชั้นสูงชาวสยามเริ่มรับวัฒนธรรมการใช้ช้อนส้อมและมีดเข้ามาเป็นแบบแผนการกินอาหาร แต่ก่อนหน้านั้นในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ก็ปรากฏว่ามีการใช้ช้อนกันอยู่แล้ว ซึ่งจะใช้ตักอาหารที่เป็นของเหลววัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำช้อนมีทั้ง ช้อนตะกั่ว, ช้อนมุก, ช้อนถ้วย, ช้อนทอง และช้อนหอย
วัสดุที่แตกต่างกันทำหน้าที่สร้างความแตกต่างทางชนชั้น ชาวบ้านทั่วไปคงไม่สามารถใช้ช้อนมุกหรือช้อนทอง ในสมัยนั้นพระสงฆ์จะเป็นกลุ่มที่ใช้ช้อนมุก ซึ่งถูกยกให้อยู่สูงกว่าคนทั่วไป สำหรับช้อนหอยซึ่งทำจากเปลือกหอยก็ไม่มีความสวยงามเท่าช้อนมุก สามัญชนคนทั่วไปจึงใช้ช้อนหอยในวงกับข้าว
เมื่อสังคมเปลี่ยน การเลื่อนลงมาของวัสดุมีค่าสู่สามัญชนคนธรรมดาจึงเกิดขึ้น เมื่อปรากฏบันทึกที่ระบุว่าชาวบ้านสามัญชนในสมัยรัชกาลที่ 3 เริ่มใช้ช้อนมุกกันแล้ว
แต่การใช้ช้อนในสมัยนั้นไม่ได้ใช้เป็นของส่วนตัวเหมือนวิวัฒนาการของสังคมตะวันตกช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่17 ในบันทึกของสังฆราชปาลเลกัวซ์ บรรพบุรุษชาวสยามของเรายังคงนั่งกินอาหารบนเสื่อหรือพรม ผู้คนไม่ใช่ช้อนส้อมหรือมีดโต๊ะแต่พวกเขาใช้ช้อนมุกตักกับข้าว นอกจากนั้นก็ใช้นิ้วมือเปิบข้าว

[video]GXiAr5DAMjM[/video]

13



ถุงกันทาก สำหรับนักเดินป่าหรือนักปีนเขานอกจากนี้ยังสามารถกันน้ำและโคลนเพื่อไม่ให้เลอะเทอะเข้ามาภายในขากางเกงของนักเดินทาง
 
- ถุงกันทากสวมใส่ทับขากางเกงสำหรับเดินป่าหรือปีนเขา
- ถุงเท้ากันทาก ป้องกันทาก ระอองน้ำหรือโคลนไม่ให้เข้ามาภายในขากางเกง
- ถุงเท้าเดินป่ามีคุณสมบัติกันน้ำเพราะทำจากวัสดุผ้า Oxford
- มีความยืดหยุนในการใช้งานสามารถปรับขนาดถุงเท้าได้ตามความเหมาะสมของผู้ใช้แต่ละคน
 
เชื่อว่าคนที่ชอบเดินป่าหรือนักท่องไพรที่เคยไปเที่ยวตามป่าที่สมบูรณ์ทั้งหลาย คงจะรู้จักมักคุ้น
เจ้าสัตว์ตัวเล็กๆรูปร่างละม้ายคล้ายหนอนผสมปลิง นามว่า“ทาก”(leech)กันเป็นอย่างดี
บางคนไม่อยากรู้จักว่า ทากเป็นตัวอะไรแต่ถ้าหากเผลอกายเผลอใจ เจ้าทากมันก็จะกระดึ๊บ กระดึ๊บ แวะมาทักทายพร้อมๆ
กับแอบดูดเลือดหวานๆ โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า จากกายเราไปนิดหน่อย
พอทำให้แสบๆ คันๆ เล่นๆ 
 
โดยเฉพาะกับคุณผู้หญิงหลายๆคนที่ยิ่งหวาดกลัวมันก็ยิ่งกระดึ๊บมาหาโดยไม่ต้องเรียก จนหลายๆคนตั้งฉายาให้มันว่า “แดร๊กคูล่าแห่งป่าไพร”
เพราะเจ้าทากมักแอบมาดูดเลือดแล้วก็จากไป โดยทิ้งรอยเลือดไว้เป็นของต่างหน้า
พอให้เราคิดถึง
 
ตอนนี้รู้ว่าฝนจะตกติดต่อกันทำให้ผมนึกอยากจะเล่าถึงเรื่องที่ผมและเพือนๆ ได้ไปเดินป่าแถวบริเวณบ้านปางขุม
อำเภอสะเมิง จ.เชียงใหม่ ในเขต ดอยสามหมื่น(ทางภาคเหนือเรียกภูเขา ว่า ดอย)
ซึ่งเป็น ภูเขาที่ยังมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เหมือนกับเป็น “ป่าดงดิบชื้น”
ในป่าดงดิบแบบนี้ มักมี สิ่งมีชีวิตที่เราคาดไม่ถึงอยู่เสมอ
ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ต่างจุนเจืออาศัยซึ่งกันและกัน หลายๆ ชนิดอาจดูสวยงาม
น่าเอ็นดู แต่บางชนิด อาจก่อให้เกิดความขยะแขยงแก่นักเดินทาง.....ซึ่งก็เป็นเจ้า
ทาก นั่งเอง ซึ่งผมเองก็ถูกทาก ฝากรอยฟันเอาไว้ดูต่างหน้า ห้าตัวครับ
 
ทาก ยังมีหลายคนที่สับสนคิดว่ามันเป็นสัตว์ประเภทเดียวกับ“หอยทาก”(snail) แต่อันที่จริงแล้วเจ้าสัตว์ทั้ง 2แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเจ้าหอยทาก กินพืช เห็ด เป็นอาหาร ส่วนทาก
กินเลือดคนและสัตว์เป็นอาหาร!!! และทากเหล่านี้
มักจะอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีความชื้นสูงโดยเฉพาะในแถบภูเขาป่าลึก ดิบชื้น
ฤดูกาลที่ทากชอบที่สุด ก็คงเป็นหน้าฝนอย่างเลี่ยงไมได้
 
ในทางนิเวศวิทยาทากจัดเป็นสัตว์เผ่าพันธุ์เดียวกับปลิง หากเราใช้กล้องขยายส่องดู
จะเห็นทากมีลำตัวเป็นปล้องเล็กๆเรียงกันตามแนวขวาง
ซึ่งปล้องนี้แหละที่ทำให้ทากยืดและหดตัวได้อย่างสบายโดยไม่ต้องรบกวนเหยือของมัน
 
ทาก รับรู้ว่าหยื่อของมันอยู่ที่ไหนได้จากแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน..เวลาที่เราเดิน เพราะฉะนั้น การชิงเดินเป็นคนแรกๆ
อาจจะปลอดภัยกว่าคนที่เดินท้ายๆ ..... เมื่อมันเจอเหยื่อ
มันก็จะค่อยๆกระดึ๊บ...กระดึ๊บ เข้ามาอย่างแผ่วเบา พวกทากตัวเล็กก็เลยง่ายต่อการเข้าถึง
มุดเข้าได้ทุกที่โดยที่เราไม่รู้สึกตัวเลย ก่อนที่จะเลือกหาจุดเกาะที่เหมาะสม
จากนั้นมันก็ ฝังเขี้ยว ลงบนผิวหนังแล้วบรรจงดูดเลือดอย่างแผ่วเบา
โดยในขณะที่ดูดเลือดมันก็จะปล่อย สารบางชนิด ที่ประหนึ่งดังยาชาออกมา
เพื่อไม่ให้เรารู้ตัว ทากได้ปล่อยสารที่สำคัญ 2ชนิดที่เข้าสู่แผล
 
 
1.สารที่มีองค์ประกอบคล้ายกับฮีสตามีน (Histamine)
ที่จะช่วยกระตุ้นหลอดเลือดของเหยื่อให้ขยายตัว
 
2. สารฮีรูดีน (Hirudin)
มีคุณสมบัติต้านทานการแข็งตัวของเลือด
ซึ่งจะทำให้เลือดของเหยื่อไหลไม่หยุดถึงแม้ว่าทากจะปล่อยตัวหลุดไปแล้ว

[video]7u7ckQOpF0A[/video]

14



ฉากเลเซอร์วัดระดับ เป็นเครื่องมือสำหรับวัดองศาด้วยเลเซอร์ เหมาะสำหรับการทำพื้น, การปูกระเบื้อง, การติดวอลเปเปอร์, การฉลุลาย, การบุผนังไม้, การติดตั้งสุขภัณฑ์ และการทำงานไม้ ฯลฯ ใช้งานง่ายเพียงกดสวิทช์เปิด ฉากวัดระดับเลเซอร์จะยิงแสงเลเซอร์ 2 เส้นแนวยาวทำมุม 90 องศา
คุณสมบัติ

- ฉากเลเซอร์ ใช้งานง่ายด้วยปุ่มเปิด/ปิดเพียงปุ่มเดียว
- เครื่องวัดระดับเลเซอร์ ยิงแสงเลเซอร์ 2 เส้นซึ่งทำมุม 90 องศา
- เลเซอร์วัดระดับฉาก สามารยิงเลเซอร์ได้บนทุกพื้นผิว
- เครื่องวัดเลเซอร์ จุกยางดูด 2 อันด้านหลัง คุณจึงสามารถติดฉากวัดองศาเลเซอร์บนกำแพงได้
- เครื่องวัดเลเซอร์ ขนาด: 150 x 73 x 50 mm
- ความยาวคลื่น: 630 -670 nm
- อาจจะมีความคลาดเคลื่อนประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อระยะทาง 3 เมตร
- แสงเลเซอร์สามารถยิงได้ไกลถึง 16 เมตร
- ทำงานด้วยถ่าน AAA 3 ก้อน (ไม่รวมอยู่ในสินค้า)
- สามารถใช้งานในอุณหภูมิตั้งแต่ -10 องศาถึง 50 องศาเซลเซียส
คำเตือน

- เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีไม่ควรใช้งาน
- ห้ามส่องแสงเลเซอร์เข้าตาโดยตรง

การหาฉากบ้าน
     การจะก่ออิฐ หรือฉาบปูน หรือแม้กระทั่งการปูกระเบื้อง หรืองานอะไรก็แล้วแต่ในงานก่อสร้างบ้านนั้น จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการหาแนวเส้นฉากหรือการหาฉากบ้านเสียก่อน มิฉะนั้นแล้วหากทำไปโดยไม่มีการหาแนวฉากก่อน ก็จะทำให้บ้านมีการบิดเบี้ยวหรือไม่ได้ฉากกันของตัวบ้าน ดูกันง่ายๆว่าบ้านหลังนั้นทำงานก่ออิฐ ฉาบปูน หรือปูกระเบื้องได้ฉากหรือไม่ ก็ดูที่กระเบื้องพื้นครับ มองดูตรงขอบกระเบื้องหรือที่กระเบื้องเป็นเศษ(จะอยู่บริเวณขอบ) ถ้าเศษกระเบื้องเท่ากันแสดงว่า ก่ออิฐ ฉาบปูน ปูกระเบื้อง ได้ฉากกันหมด แต่ถ้าเห็นเศษกระเบื้องไม่เท่ากัน เช่น เศษกระเบื้องจากเล็กไปหาใหญ่ หรือจากใหญ่ไปหาเล็ก แสดงว่าก่อสร้างบ้านไม่ถูกวิธีไม่ถูกต้องตามเทคนิคช่างก่อสร้าง หรืออย่างแนวกระเบื้องพื้นบ้านพอเข้าไปถึงกระเบื้องพื้นห้องน้ำ ต้องเป็นแนวฉากเดียวกัน

พอจะเข้าใจใช่มั้ยครับ หมายความว่า แนวกระเบื้องพื้นบ้านกับแนวกระเบื้องพื้นห้องน้ำต้องอยู่ในแนวเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะใช้กระเบื้องขนาดต่างกัน แนวกระเบื้องจะต้องขนานกัน ไม่ใช่แนวหักไปคนละทาง อย่างนั้นแสดงว่าการหาฉากบ้านผิดวิธี ถามว่าแล้วเป็นอะไรมากมั้ย? ก็ไม่มากหรอกครับ มันทำให้บ้านไม่สวย และที่สำคัญมันฟ้องช่างที่ทำงานและคนคุมงาน ทำงานไม่เป็น ไม่มีฝีมือ ในวงการช่างก่อสร้างด้วยกัน ถ้าช่างฯหรือคนคุมงานไม่เข้าใจเรื่องการหาแนว หาฉากและเรื่องการหาค่าระดับ ถือว่าแย่มากครับ เพราะนี่คือหัวใจของการก่อสร้าง (ในความคิดผมนะครับ) คือ แค่เห็นวิธีทำงานก็รู้แล้วว่าช่างฯเป็นหรือไม่เป็น

เมื่อเราใช้วิธีการหาฉากบ้านแบบนี้แล้ว บ้านทั้งหลังก็จะได้ฉากกันทั้งหมด เพราะเมื่อช่างตีเส้นหาฉากหาแนวเสร็จแล้ว ก็จะดูว่าโครงสร้างบ้านส่วนไหนขาดหรือส่วนไหนเกิน ส่วนไหนบิดเบี้ยวก็จะแก้ไขก่อนทำการก่ออิฐผนัง หรือฉาบปูน ดังนั้นเมื่อเราทำตามขั้นตอนหรือเทคนิคช่างนี้แล้วการสร้างบ้านก็จะไม่บิดเบี้ยว หรือเอียงเฉียงเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เมื่อบ้านแล้วเสร็จก็สวยงามมีคุณภาพ ขั้นตอนก่อสร้างถูกต้องตามเทคนิคช่าง เจ้าของบ้านก็แฮปปี้ กินอิ่ม นอนหลับ

[video]raYLDzQijz0[/video]

15


เครื่องลับมีดไฟฟ้าอัตโนมัติรุ่นมัลติฟังก์ชัน กำลังสูง 60W สามารถลับมีดให้คมกริบได้อย่างรวดเร็ว กระบวนการมาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง ตามมาตรฐานสินค้านำเข้า สหภาพยุโรป
คุณสมบัติ

- เครื่องลับมีดไฟฟ้า มีคุณสมบัติใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ลับมีด ,ลับกรรไกร ,ลับปลายไขควงปากแบน
- เครื่องลับมีดอัตโนมัติ สำหรับงานลับมีด ใช้งานง่าย เพียงสอดคมมีดในช่องลับมีด แค่ไม่กีวินาที จากคมมีดทื่อๆ สามารถคมกริบได้อย่างง่ายดาย
- เครื่องลับมีด สามารถลับได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้น้ำช่วย
- เครื่องลับมีด ออกแบบให้ช่องลับมีดมี 4ช่องตามความละเอียดในการลับ
- หินลับมีดมีความคงทนออกแบบให้สามารถใช้งานได้ในระยะยาว
- มีระบบป้องการกันมอเตอร์เมื่อเกิดความร้อนจากการใช้งานแบบต่อเนื่องเป็นเวลานานเกิน 70องศาเซลเซส ระบบจะทำการปิดตัวเองอัตโนมัติเพื่อป้องกันความเสียหาย


          มีดที่ไม่คม หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า มีดทื่อ จะนำไปใช้หั่นอะไรก็คงไม่ฉลุย สร้างความหงุดหงิดใจให้แม่ครัว พ่อครัวน่าดูเลยเนอะ ฉะนั้นเมื่อมีดไม่คม ก็คงต้องจัดการลับมีดกันหน่อย แต่จะให้ลับมีดด้วยตัวเองก็กระไรอยู่ กลัวมีดจะไม่คมกริบอย่างที่ใจต้องการ ซ้ำร้ายมีดเกิดบิ่นขึ้นมาล่ะแย่เลยสิ แหม ! แต่ถ้าได้วิธีลับมีดให้คมกริบต่อไปนี้ล่ะก็ รับรองเลยว่า มีดที่ทื่อดื้อด้าน จะกลายเป็นมีดที่คมกริบได้ด้วยมือของคุณเอง
 
1. ลับมีดด้วยหินลับมีด

          แช่หินลับมีดในน้ำสะอาดประมาณ 10 นาทีก่อนนำมาลับมีด จากนั้นวางมีดให้ทำมุม 10-15 องศากับหินลับมีด ใช้มือข้างที่ถนัดถือมีดให้มั่น ส่วนมืออีกข้างนำมากดปลายมีดเอาไว้เบา ๆ จากนั้นก็จัดการลับมีด โดยเคลื่อนมีดถูกับหินในแนวขึ้น-ลง ทำซ้ำกันอย่างนี้ประมาณด้านละ 4-5 ครั้ง
 
2. มีดคมด้วยตะไบลับมีด

          สำหรับคนที่สะดวก และมีความสามารถในการใช้ตะไบลับมีดมากกว่า ก็สามารถลับมีดด้วยตะไบลับมีดได้ เช่นกัน โดยเอียงมีดทำมุม 20 องศากับตะไบ แล้วถูมีดไปมากับตะไบ จนสุดความยาวของใบมีด ทำซ้ำอย่างนั้นประมาณ 10 ครั้ง แล้วพลิกใบมีดลับอีกด้านด้วยวิธีเดียวกัน
 
3. ลับมีดง่าย ๆ ด้วยเครื่องลับมีด

          เครื่องมือลับมีดแบบสำเร็จรูปมีให้เลือกใช้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่ลับมีดแบบล้อเหล็กเล็ก ๆ จับถนัดมือ หรือที่ลับมีดสำเร็จรูปชนิดต่าง ๆ แถมยังหาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านค้าทั่วไป ส่วนวิธีลับมีดก็ไม่ซับซ้อน เพราะเครื่องมือลับมีดเหล่านี้ถูกออกแบบเหลี่ยมมุมมาเหมาะสมพอดีกับการลับมีดอยู่แล้วค่ะ ฉะนั้นเพียงแค่คุณวางมีดแสนทื่อลงไปตามช่อง แล้วจัดการลับมีดตามวิธีที่เขาบอกไว้ แป๊ปเดียวใบมีดก็จะกลับมาคมกริบจนน่าหวาดเสียวเลยทีเดียวล่ะ
 
          ใครมีมีดที่ไร้ความคมสุดขีด ใช้หั่น ใช้สับอะไรก็ไม่ค่อยเต็มประสิทธิภาพนัก อย่าลืมนำเทคนิคลับมีดฉบับมือโปรของเราไปใช้ลับมีดกันดูนะจ๊ะ รับรอง กริบ!


ที่ว่างานลับมีดเป็นงานของพ่อบ้านนั้น ยึดหลักที่ว่า แต่เดิม มีดเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำมาหากินของผู้คนในสังคมเกษตรกรรม และในแต่ละบ้านจะมีมีดเพียงเล่มสองเล่ม มีดจึงนับเป็นสมบัติล้ำค่าของบ้านเลยก็ว่าได้ และในจำนวนมีดไม่กี่เล่มนี้ โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยได้จำแนกอย่างชัดเจนนักว่า เล่มไหนใช้ทำครัว เรียกว่าหยิบฉวยเล่มไหนได้ก็ใช้เล่มนั้น หน้าที่หลักของมีดจึงอยู่ที่การผ่าฟืน ล่าสัตว์ ตัดต้นไม้ ทำไร่ทำนาเสียมากกว่า โดยนัยนี้ ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแลมีด ลับมีดให้คมพร้อมใช้งานอยู่เสมอจึงตกแก่พ่อบ้าน ที่เป็นฝ่ายรับสมอ้างเป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อเป็นดังนี้ จึงมีคำเปรียบเปรยของคนโบราณที่ว่า “ชายใดลับมีดไม่คม เป็นคนกลัวเมีย ชายใดลับมีดได้คม จะข่มเมีย”


[video]GWXn_DwubJU[/video]

หน้า: [1] 2