ผู้เขียน หัวข้อ: เปราะหอม เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างน่าทึ่ง  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ teareborn

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 124
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

เปราะหอม
ชื่อสมุนไพร เปราะหอม
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน ว่านแผ่นดินเย็น,ว่านตีนดิน(ภาคเหนือ),หอมเปราะ เปราะหอมขาว,เปราะหอมแดง(ภาคกลาง)เปราะ(ภาคใต้),ว่านหอม(พิษณุโลก),กระชายหอม,เสน่ห์จันทร์หอม(ตาก),ซู(แม่ฮ่องสอน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia galanga linn.
ชื่อสามัญ Sand ginger, Resurrection lily, Aromatic ginger
วงศ์ ZINGIBERACEAE
บ้านเกิดเปราะหอม
เปราะหอมเป็นพืชท้องถิ่นที่มีบ้านเกิดเมืองนอนในทวีปเอเชียโดยมีเขตผู้กระทำระจายประเภทตั้งแต่ประเทศอินเดีย ประเทศในเอเซียอาคเนย์ คาบสมุทรมลายู และชาว รวมถึงในจีนตอนใต้และก็ไต้หวัน โดยพบได้บ่อยในป่าไผ่ ป่าดงดิบ แล้วก็ป่าผลัดใบ สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาค แต่ว่าพบได้ทั่วไปทางภาคเหนือ
ลักษณะทั่วไปเปราะหอม
เปราะหอม[/url]จัดเป็นไม้ลงหัวหรือพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินจำพวกไรโซม (Rhizome) ลักษณะเป็นเหง้าแง่งกลมรูปไข่สีเหลืองอ่อนมีเยื่อบางๆรูปสามเหลี่ยมหุ้มโคน เหง้าแก่สีน้ำตาล เนื้อในหัวสีขาวหรือขาวเหลือง มีสีเหลืองเข้มตามขอบนอกแล้วก็มีกลิ่นหอมสดชื่นเฉพาะตัว สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ผ่านปีหรือนับเป็นเวลาหลายปี ใบเป็นใบลำพัง แทงขึ้นมาจากหัวหรือเหง้าใต้ดินราวๆ 2-3 ใบ โดยใบอ่อนมีลักษณะม้วนเป็นกระบอกออกมาแล้วค่อยแผ่ราบบนหน้าดิน หรือวางตัวอยู่ในแนวยาวเหนือพื้นดินบางส่วน เนื้อใบค่อนข้างจะครึ้ม รูปแบบของใบเป็นรูปค่อนข้างกลมหรือเป็นรูปไข่ป้อม มีขนาดกว้างประมาณ 5-10 ซม.และก็ยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ส่วนโคนใบมนหรืออาจเว้าน้อย บางเวลาบางทีอาจพบว่าขอบใบมีสีแดงคล้ำๆมีขนอ่อนๆอยู่รอบๆท้องใบ โดยท้องใบนั้นหากมีสีแดงจะเรียกว่า ถ้ามีสีขาวจะเรียกว่า ส่วนก้านใบมีลักษณะเป็นกาบ มีความยาวราวๆ 1-3 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อ ซึ่งดอกกึ่งกลางระหว่างใบ โดยมีดอกย่อยได้ตั้งแต่ 6-10 ดอก แต่ดอกจะทยอยบานทีละ 1-2 ดอก ดอกมีความยาวราวๆ 2-4 เซนติเมตร ลักษณะดอกมี 4 กลีบ 2 กลีบ บนมีสีขาว 2 กลีบ ล่างแต้มด้วยสีม่วงเหลือง ผลเป็นแบบผลแห้งแตกได้ ด้านในมีเม็ดกลม 12 เมล็ด
การขยายพันธุ์
เปราะหอมสามารถแพร่พันธุ์โดยการใช้เหง้า หรือหัวซึ่งแพร่พันธุ์คล้ายกับกระชาย โดยการนำหัวที่แก่ 1-2 ปี ขุดมาราวมกราคม แล้วนำมาใส่ภาชนะโปร่งๆเอาไว้ในที่ร่ม ไม่ต้องล้างน้ำ พอถึงช่วงราวๆปลายเดือนเดือนเมษายน จะเริ่มแตกตาขึ้นมาบ้างแล้วจึงจัดเตรียมใช้ปลูกถัดไป
ดังนี้เป็นพืชชอบแสงอาทิตย์น้อย ก็เลยปลูกตามสวนผลไม้ อาทิเช่น ส่วนกล้วย รวมทั้งงามยางพารา ฯลฯ โดยทำแปลงเล็กๆเราจะฟันดินขึ้นยกเป็นแปลง ขนาดกว้าง 1 เมตร ความยาว สุดแต่พื้นที่รวมทั้งหว่านปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยธรรมชาติก็ได้แล้วสับรวมผสมกันคลุกให้ทั่วแปลง
ส่วนวิธีการปลูกจะนำหัวที่ตระเตรียมไว้ที่ศีรษะชิดกัน แยกออกเป็นหัวเดียว นำไปฝังบนแปลงที่จัดเตรียมไว้ห่างกัน 15-20 เซนติเมตร แล้วกลบดินนำฟาง หรือต้นหญ้าแห้งมาหุ้มไว้ รดน้ำให้เปียกชื้นอยู่เป็นประจำ ในการเก็บเกี่ยวสามารถเก็บเกี่ยว(ขุด)ได้เมื่อมีอายุได้ 1 ปีขึ้นไป โดยนิยมขุดราวเดือน ธันวาคม-เมษายน เพราะเป็นช่วงๆที่เหง้าสะสมสารอาหารและก็สารออกฤทธิ์สูงที่สุด
ส่วนประกอบทางเคมี
ในเปราะหอม เจอสารเคมีหลายประเภท เช่น chlorogenic acid, vanillic acid, Uinnanic acid, Cinnamic acid ethyl ester ฯลฯ นอกเหนือจากนั้นในน้ำมันหอมระเหยยังน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบด้วย cinnamic acid, borneol , camphor , cineol , camphene , anistic acid
สรรพคุณเปราะหอม
ในประเทศไทยได้มีการใช้ประโยชน์มาตั้งแต่ในอดีตกาลแล้ว ยกตัวอย่างเช่น หัวของมีกลิ่นหอมหวนใช้ปรุงแต่งของกิน ในภาคใต้นิยมใส่ไว้ในน้ำพริกเพื่อให้มีกลิ่นหอมสดชื่น ใบอ่อนใช้จิ้มน้ำพริก และก็ชาวล้านนา ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องปรุงลาบ ที่เรีกว่า พริกลาบ หรือ น้ำพริกลาบ แล้วก็ยำต่างๆอย่างเช่น ยำจิ๊นไก่ ยำเห็ดฟาง ยำกบ ใบใช้กินเป็นผักแกล้ม มีกลิ่นหอมยวนใจ หรือใช้ทำหมกปลาหรือใส่แกงปลา ท่อนหัวนำมาใช้ปรุงเป็นเครื่องเทศสำหรับทำแกงหรือนำมาตำใส่เครื่องแกง
ในตอนนี้ยังได้มีการนำหัวหรือเหง้าของมาดัดแปลงทำเป็นน้ำมันหอมระเหย สบู่ และเครื่องสำอางต่างๆอาทิเช่น แป้งฝุ่น แป้งพัฟผสมรองพื้น เจลแต้มสิว สบู่ แชมพู ครีมที่เอาไว้สำหรับนวดผม เป็นครีมที่เอาไว้ป้องกันแดด หรือใช้ทำเป็นน้ำยาบ้วนปากเป็นต้น
สำหรับในการประยุกต์ใช้ในด้านสมุนไพรนั้นมีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรตามตำรายาไทย ซึ่งระบุถึงคุณประโยชน์ว่า หัวใต้ดิน รสเผ็ดขม สุมหัวเด็ก แก้หวัดคัดจมูก กินขับลมในไส้ แก้เสมหะ รุ่งโรจน์ไฟธาตุ แก้ลงท้อง แก้ท้องเฟ้อ แก้กำเดา แก้เลือดซึ่งเจือด้วยลมพิษ ดอกรสหอมร้อน แก้เด็กนอนผวาผวา ร้องไห้ตาโพลง ตาช้อนเหลือบดูสูง ใบ แก้โรคเกลื้อนช้าง ต้นรสเผ็ดขม ขับเลือดเน่าของสตรี แก้ท้องเฟ้อ ท้องอืด
ส่วนคุณประโยชน์ตามภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้าน ใช้เหง้า แก้หวัดคัดจมูก ขับลมในไส้ น้ำคั้นจากใบและเหง้าใช้ป้ายคอเพื่อบรรเทาลักษณะของการเจ็บคอ ใช้ล้างหัวเพื่อปกป้องไม่ให้กำเนิดรังแค รวมทั้งในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์วิชาความรู้เริ่มแรก ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ระบุการใช้เหง้า ในยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ปรากฏในตำรับ “ยาธาตุบรรจบ” มีส่วนประกอบของเหง้าร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์ ทุเลาอาการท้องอืดเฟ้อ รวมทั้งอาการอุจจาระธาตุทุพพลภาพ ท้องร่วงที่ไม่ติดเชื้อ รวมทั้งเจาะจงการใช้เหง้าร่วมกับสมุนไพรอื่นๆใน “ตำรับยาเขียวหอม” สรรพคุณ ทุเลาอาการไข้ ร้อนในอยากกินน้ำ แก้พิษฝึกฝน พิษอีสุกอีใส (บรรเทาอาการไข้จากฝึก และก็อีสุกอีใส)
ต้นแบบ/ขนาดวิธีการใช้
อีกทั้งขาว และแดง ใช้เหง้าสด 10-15 กรัม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆหัวสดใช้ 1/2-1 กำมือ ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ดื่ม 1-2 ครั้ง ช่วยรักษาอาการต่างๆตามคุณประโยชน์ที่กล่าวไปแล้วตามข้างต้น ใบใช้คั้นเอาน้ำทาแก้ขี้กลาก แล้วก็โรคเกลื้อนช้าง ใช้เป็นยาแก้ปวดหัว ผ่อนคลายความเคลียด ด้วยการใช้ทั้งหัวและก็ใบนำมาโขลก ใส่น้ำพอชุ่ม แล้วเอาไปชุบประยุกต์ใช้หุ้มหัว หรือจะใช้เฉพาะหัวนำมาตำคั้นเอาน้ำไปผสมกับแป้งหรือว่านหูเสือ ก็จะได้แป้งดินสอพองไว้ทาขมับแก้อาการปวดหัว ด้วยการใช้หัวตากแห้งบดผสมลงในยาหอม ช่วยบำรุงรักษาหัวใจ บำรุงประสาท หัวเปราะหอมนำมาต้มหรือชงรับประทาน จะช่วยสำหรับการนอนหลับ แล้วก็ช่วยลดความเคร่งเครียดได้ น้ำคั้นจากใบและเหง้าใช้ป้ายคอ ช่วยทุเลาลักษณะการเจ็บคอ ช่วยบรรเทาอาการปวด ด้วยการใช้หัวเอามาตำหรือตีใส่น้ำให้พอเพียงเปียก นำผ้ามาชุบแล้วใช้พันรอบๆที่มีอาการปวดบวม หรือประยุกต์ใช้ทำเป็นลูกประคบ และก็เอามาต้มกับน้ำมันไว้ใช้ทาแก้อาการปวดปวดเมื่อยก็ได้
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์กระตุ้นการนอนหลับ การศึกษาฤทธิ์กระตุ้นการนอนของสารสกัดเฮกเซนของ และก็สารบริสุทธิ์ 2 จำพวกดังเช่น compound 1: ethyl trans-p-methoxycinnamate และก็ compound 2: ethyl cinnamate โดยให้สารสกัดในขนาด 0.001, 0.01, 0.1, 0.5, 1, 1.5 และ 10 มิลลิกรัม รวมทั้งใช้ lavender oil ความเข้มข้น 0.05 มก. เป็นสารมาตรฐาน ทดลองในหนูถีบจักรเพศผู้อายุ 5 สัปดาห์ ละลายสารทดสอบด้วย triethylcitrate และก็หยดลงบนกระดาษกรอง ที่วางเอาไว้ภายในแท็งค์ ให้หนูสูดดมสารทดสอบข้างในแทงค์ แล้วก็กระทำการติดตามการโต้ตอบทางด้านความประพฤติของหนูในการเดินข้ามจากด้านหนึ่งของแท็งค์มายังอีกบริเวณหนึ่ง ตรงเวลา 60 นาที ผลของการทดลองพบว่าสารสกัดเฮกเซนของในขนาด 1.5 แล้วก็ 10 มิลลิกรัม แสดงฤทธิ์กระตุ้นการนอน (ทำให้หนูหยุดอยู่ที่มุมแท็งค์ ลดการเคลื่อนไหว) ได้อย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ (p < 0.01 รวมทั้ง p < 0.05, ตามลำดับ) ยิ่งกว่านั้น compound 1 รวมทั้ง 2 ยังมีฤทธิ์ กระตุ้นการนอนหลับ เมื่อให้ในขนาด 0.0014 มก. และ 0.0012 มิลลิกรัม ตามลำดับ
ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส การทดลองสารสกัดน้ำ รวมทั้งเมทานอลของ สำหรับในการยั้งเชื้อ human immunodeficiency virus type 1 reverse transcriptase (HIV-1 rt) รวมทั้ง proteases จาก human immunodeficiency virus type 1 (HIV-1), hepatitis C virus (HCV) และก็ human cytomegalovirus (HCMV) จากผลของการทดลองพบว่า สารสกัดเมทานอลสามารถยั้ง protease ทั้งยังสามประเภทเจริญ (Protease เป็นเอนไซม์ที่สำคัญของไวรัสสำหรับในการแยก gag-pol polyprotein ให้เป็น reverse transcriptase, protease รวมทั้ง integase ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญของไวรัส HIV การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์นี้จะยับยั้งการรับเชื้อได้) การทดสอบสารบริสุทธิ์ 4-methoxy cinnamic acid ethyl ester และก็ 4-methoxy cinnamic acid ที่แยกได้จากเปราะหอม ต่อการหยุดยั้ง alpha-glucosidase (เนื่องจากว่าอนุภาคไวรัสเมื่อไปสู่ร่างกายในขั้นแรกจะมีการเกาะติดระหว่างไกลโคโปรตีนของเชื้อ gp120 กับ CD4 receptor ซึ่งเป็น T-helper lymphocyte ของ host ในขั้นตอนนี้ถ้ายั้งหลักการทำงานของ alpha-glucosidase ทำให้การสังเคราะห์ไกลโคโปรตีนของเชื้อไม่สมบูรณ์) จากการทดลองพบว่า สารบริสุทธิ์ทั้งยัง 2 จำพวก สามารถยั้งรูปแบบการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี alpha-glucosidase ได้สูงกว่าสารมาตรฐาน 1-deoxynojirimycin โดยมีค่า IC50 พอๆกับ 0.05±0.03 และก็ 0.04±0.01 mM, deoxynojirimycin มีค่า IC50 เท่ากับ 5.60±0.42 mM
ฤทธิ์ต่อต้านจุลชีวิน เล่าเรียนฤทธิ์ต่อต้านจุลชีวันของน้ำมันหอมระเหยโดยทดลองกับเชื้อ 7 จำพวก เป็น E. coli, S.aureus, P.aeruginosa, B.subtills, S.faecalis, C.albicans และ M. gypseum พบว่าน้ำมันหอมระเหยสามารถยับยั้งการเติบโตของเชื้อที่ทำให้มีการเกิดแผลฝีหนอง S. aureus เจริญ รวมทั้งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ E.coli (ที่นำมาซึ่งท้องร่วง อาหารเป็นพิษ) จากการเล่าเรียนองค์ประกอบทางเคมีพบว่าน้ำมันหอมระเหย มีองค์ประกอบหลักทางเคมี เป็น (Z)-ethyl cinnamate ปริมาณร้อยละ 46.60, 1,8’ cineole จำนวนร้อยละ 17.40 และ delta-3-carene ร้อยละ 11.19 การศึกษาองค์ประกอบทางเคมี และฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย ของน้ำมันหอมระเหยในเหง้าของที่กลั่นด้วยน้ำ พินิจพิจารณาองค์ประกอบทางเคมีด้วยแนวทาง gas chromatography สารสำคัญที่แยกได้ ยกตัวอย่างเช่น ethyl-p-methoxycinnamate (31.77%), methylcinnamate (23.23%), carvone (11.13%), eucalyptol (9.59%) และ pentadecane (6.41%) การทดลองฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียด้วยแนวทาง agar disc diffusion พบว่าสามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด โดยให้ค่า inhibition zone เท่ากับ 8.0 - 31.0 มิลลิเมตร สำหรับการทดสอบความเป็นพิษต่อไรสมุทร (Brine shrimp toxicity test) ให้ค่าความเข้มข้นที่ทำให้ไรทะเลตายครึ่งเดียว LC50 เท่ากับ 26.84 μg/ml ในขณะน้ำมันหอมระเหยไม่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ DPPH ในหลอดทดสอบ ซึ่งเป็นวิธีทางเคมี (IC50>100 μg/ml)
ฤทธิ์แก้ไข้ ทุเลาปวด อักเสบ การทดลองฤทธิ์ระงับปวด ลดไข้ และต่อต้านการอักเสบ ของสารสกัดเมทานอลของขนาด 50, 100 และ 200 มก./กิโล ในหนูถีบจักร และหนูขาวเพศผู้ โดยทดลองฤทธิ์ระงับปวดด้วยแนวทาง writhing, formalin, hot plate แล้วก็ tail flick ทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วยการฉีด carrageenan รอบๆอุ้งเท้าข้างหลังของหนู เพื่อเหนี่ยวนำให้มีการบวม แล้วก็ใช้ cotton pellet เพื่อรั้งนำการผลิต granuloma ส่วนการศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์ลดไข้ใช้ brewer’s yeast รั้งนำให้กำเนิดไข้ เมื่อให้สารสกัดขนาด 50,100 และก็ 200 มก./กก.ทางปาก พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ยั้งการเกิด abdominal writhing ได้ 42.75% ,59.57% รวมทั้ง 70.60% เป็นลำดับ แล้วก็ลดเวลาการเลียอุ้งเท้าบริเวณที่ฉีด formalin ในตอนต้น หรือลักษณะของการปวดแบบรุนแรง (early phase) ได้ 28.77%, 32.56% แล้วก็ 53.48% และก็ช่วงปลาย หรือระยะอักเสบ (late phase) ได้ 68.94%, 78.76% รวมทั้ง 78.50% เป็นลำดับ สารสกัดทุกขนาดทำให้ระยะเวลาเริ่มการโต้ตอบต่อความเจ็บปวดของสัตว์ทดสอบมากขึ้น ทั้งใน hot plate รวมทั้ง tail flick tests โดยเริ่มสนองตอบต่อความเจ็บปวดที่เวลา 45 นาที เมื่อให้ naloxone (2 มก/กก) สามารถต่อต้านฤทธิ์หยุดปวดของ morphine (5 มก/กก) รวมทั้งสารสกัด (200 มก/กก) สำหรับในการทดลอง hot plate แล้วก็ tail flick test ได้ ส่วนการทดลองเพื่อเรียนรู้ฤทธิ์สำหรับในการลดไข้ พบว่าสารสกัดไม่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการลดไข้ เมื่อทดสอบด้วยวิธีการฉีด brewer’s yeast เพื่อรั้งนำให้กำเนิดไข้ในหนูขาว ในการทดสอบความเป็นพิษทันควัน เมื่อให้สารสกัดเมทานอลขนาดสูงสุด 5 mg/kg พบว่าไม่ทำให้สัตว์ทดลองตาย และไม่ออกอาการความเป็นพิษจากสารสกัด โดยสรุปสารสกัดเมทานอล มีฤทธิ์ระงับปวดอีกทั้งในระบบประสาทส่วนกลางระดับสมองและไขสันหลัง ขึ้นรถสกัดออกฤทธิ์นิดหน่อยที่ opioid receptor และระบบประสาทส่วนปลาย จากผลการทดลองในการศึกษาในคราวนี้แสดงให้เห็นว่า สารสกัดเมทานอลของเปราะหอมมีฤทธิ์หยุดปวด รวมทั้งต้านการอักเสบได้อย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ แต่ว่าไม่มีฤทธิ์ในการลดไข้
ฤทธิ์รักษาแผล การศึกษาฤทธิ์สำหรับเพื่อการรักษาแผลของสารสกัดเอทานอลของในแผลผ่าตัด (excision wound) แผลเปิดที่เกิดจากการตัดผิวหนังส่วน full thickness ออกไป (incision wound) รวมทั้งแผลที่มีเนื้อตาย (dead space wound) การทดลองแบ่งสัตว์ทดลองออกเป็น 4 กรุ๊ป กลุ่มที่ 1 ได้รับ 2 มิลลิลิตรของ gum acacia 2% กลุ่มที่ 2 ได้รับสารสกัด300 mg/kg กลุ่มที่ 3 ได้รับยามาตรฐาน dexamethasone 0.17 mg/kg กลุ่มที่ 4 ได้รับ dexamethasone 0.17 mg/kg รวมทั้ง  300 mg/kg มีพารามิเตอร์สำหรับการติดตามผลของการทดลอง เป็น การเพิ่มขึ้นของ breaking strength (incision wound; บ่งถึงความแข็งแรงของแผล) การสร้างเซลล์เยื่อบุผิว การปิดของแผล (excision wound) การเพิ่มขึ้นของเนื้อเยื่อ (granulation tissue), breaking strength, hydroxyproline content (กรุ๊ปแผลที่มีเนื้อตาย) การผลิตคอลลาเจนที่แผล วัดจากปริมาณ hydroxyproline ผลการทดสอบพบว่า กรุ๊ปแผล incision wound ที่ได้รับ dexamethasone มี breaking strength ต่ำลง แม้กระนั้นถ้าหากได้รับ dexamethasone ร่วมกับสารสกัดจะมี breaking strengthมากขึ้น กลุ่มแผลผ่าตัดพบการเพิ่มขึ้นของเปอร์เซ็นต์การปิดของแผล เฉพาะกรุ๊ป และก็ลดระยะเวลาสำหรับเพื่อการการผลิตเซลล์เยื่อบุผิว และในแผลทั้งยังสามชนิดนั้นพบว่าใช้ระยะเวลาในการหายของแผลเมื่อให้สารสกัดเร็วกว่า dexamethasone
ฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็ก น้ำต้ม ความเข้ม 1:5 ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็กหย่อนยานตัว และก็มีฤทธิ์ยับยั้งการหดตัวของลำไส้เล็กที่เพราะว่า Ach และ Histamine ได้
การศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยา
การทดลองพิษกะทันหันของสารสกัดเหง้าด้วยเอทานอล 50% โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโล (คิดเป็น 1,515 เท่า เปรียบเทียบกับขนาดรักษาในคน) รวมทั้งให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู ในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจไม่เจออาการเป็นพิษ
การเล่าเรียนด้านพิษวิทยาของสารสกัดโดยการศึกษาเล่าเรียนด้านการระคายเคืองต่อผิวหนัง โดยใช้สารสกัดเฮกเซนจากเหง้า ปริมาณ 0.5 ml (ความเข้มข้น 250 mg/ml) ทาบนผิวหนังกระต่าย เป็นเวลา 4 ชั่วโมง แล้วขัดถูออก แล้วต่อจากนั้นพินิจอาการบวม แดง ที่ผิวหนัง ตั้งแต่เวลา 30-60 นาที ข้างหลังให้สารทดสอบ และจากนั้นอีก 24, 48, 72 ชั่วโมง พบว่าไม่มีการเคืองต่อผิวหนังในเวลาที่ทดสอบ การทดลองพิษเฉียบพลันของสารสกัดเอทานอลจากเหง้าโดยให้สารสกัดขนาด 5 g/kg แก่หนูแรท ครั้งเดียว ไม่พบการตาย หรือการเกิดพิษใดต่อสภาพร่างกาย รวมทั้งอวัยวะและเนื้อเยื่อ การทดลองพิษกึ่งทันควัน โดยให้สารสกัดขนาด 25, 50 และก็ 100 mg/kg ทุกๆวัน ตรงเวลา 28 วัน ผลการศึกษาวิจัยไม่พบความผิดแปลกของน้ำหนักตัว อวัยวะ รวมทั้งเยื่อ ค่าชีวเคมีในเลือด แล้วก็ระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีตับธรรมดา แต่การให้ในขนาด 50 แล้วก็ 100 mg/kg พบว่าทำให้ระดับ lymphocyte (เม็ดเลือดขาว) ลดน้อยลง

ข้อเสนอแนะ/ข้อพึงระวัง
ถึงแม้จากรายงานการเล่าเรียนทางพิษวิทยาและก็การทดสอบต่างๆไม่เจอความเป็นพิษของเปราะหอม แม้กระนั้นสำหรับในการใช้ควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าข้อมูลรวมทั้งรอบคอบสำหรับเพื่อการใช้เช่นเดียวกับสมุนไพรชนิดอื่น
เอกสารอ้างอิง
ณาตยา ธนะศิริวัฒนา, สุนิดา ณ ตะกั่วทุ่ง, ธนนันต์ ฐานะจาโร.องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหยจากเปราะหอม กระชายดำ และเฒ่าหนังแห้ง.โครงการพิเศษคณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.1997.
สุภิญญา ติ๋วตระกูล, สุปรียา ยืนยงสวัสดิ์, โสภา คำมี และ ลัทธยา อัศวจารุวรรณ.การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของน้ำมันหอมระเหยจากเหง้า.วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.2548;27(Suppl 2):503-507.
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2546. ประมวลผลงานวิจัยด้านพิษวิทยา ของสถาบันวิจัยสมุนไพร เล่ม 1.โรงพิมพ์การศาสนา:กรุงเทพมหานคร.
Tara SV, Chandrakala S, Sachidananda A, Kurady BL, Smita S, Ganesh S. Wound healing activity of alcoholic extract of Kaempferia Galanga in wistar rats. Indian J Physiol Pharmacol.2006;50(4):384–390.
วุฒิ วุฒิธรรมเวช.(2540). สารานุกรมสมุนไพร: รวมหลักเภสัชกรรมไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
Sookkongwaree K. HIV-1 reverse transcriptase inhibitors from family Zingiberaceae.  Doctoral Philosophy in Chemistry.  Bangkok, Chulalongkorn University; 2004.
Kanjanapothi D, Panthong A, Lertprasertsuke N, Taesotikul T, Rujjanawate C, Kaewpinit D, et al. Toxicity of crude rhizome extract of Kaempferia galanga L. (Proh Hom). J Ethnopharmacology. 2004;90:359–365.
Huang L, Yagura T, Chen S. Sedative activity of hexane extract of Keampferia galanga L. and its active compounds. J Ethnopharmacology. 2008;120:123-125.
Sae-Wong C.  Studies on analgesic, antipyretic and anti-inflammatory activities of methanol extract of Kaempferia galanga L. in experimental animals . Master degree (Pharmacology).  Songkla Province, Prince of Songkla University; 2007.
ขาว,แดง.กลุ่มยาขับประจำเดือน.สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีฯ(ออนไลน์)
.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)
.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.(ออนไลน์)

Tags : สรรพคุณเปราะหอม