ผู้เขียน หัวข้อ: ชีววิทยาของเสือโคร่ง  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ teareborn

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 124
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ชีววิทยาของเสือโคร่ง
« เมื่อ: มีนาคม 11, 2019, 12:33:45 PM »

เสือโคร่ง
เสือโคร่งเป็นสัตว์พวกแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รับประทานเนื้อ
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera tigris (Linnaeus) จำพวกที่พบในประเทศไทยเป็นจำพวกย่อย Panthera tigris corbetti (Mazak)
จัดอยู่ในสกุล Felidae เสือลายพาดร้อยกรอง ก็เรียก
ชีววิทยาของเสือโคร่ง
เสือโคร่ง[/url][/i]เมื่อโตเต็มที่มีความยาวลำตัวราว ๒๑๐ เซนติเมตร หางยาวราว ๑๐๕ เซนติเมตร สูงราว ๙๕ ซม. (วัดจากหัวไหล่) น้ำหนักตัว ๑๐๐-๒๑๐ กิโลกรัม ตัวผู้ที่โตเต็มที่บางทีอาจหนักได้ถึง ๓๐๐ กก. มีเล็บคม แอบซ่อนได้ มีเขี้ยวบน ๒ เขี้ยว ข้างล่าง ๒ เขี้ยว หน้าสั้น มีหนวดแข็ง ตากลมโต วับๆ ขมตามตัวเป็นเส้นเล็กละเอียด สีเหลืองปนเทา หรือสีเหลืองอมสีน้ำตาลแดง ท้องสีขาว มีแถบลายดำพาดข้ามหลังลงมาด้านข้างลำตัวตลอดตั้งแต่หัวถึงปลายหาง หางมีบ้องสีดำสลับเหลือง ปลายหางสีดำ ข้างหลังใบหูมีสีดำ และมีจุดสีนวลใหญ่เห็นได้ชัด เสือโคร่งเป็นสัตว์ขี้ร้อน ชอบเล่นน้ำหรือแช่น้ำมากมาย ขึ้นต้นไม้ได้ อาศัยในป่าได้เกือบทุกจำพวกที่มีอาหาร น้ำ แล้วก็แหล่งซ่อนตัวแบบอย่างเพียงพอ อาทิเช่น ถ้ำ หลืบหิน ขอนไม้ใหญ่ ป่าที่รกทึบ ออกล่าเหยื่อตั้งแต่ช่วงค่ำไปจนถึงเช้า ของกินที่กินได้แก่ กวาง เก้ง หมูป่า วัว ควาย รวมทั้งสัตว์อื่นๆ ถูกใจอยู่โดดเดี่ยว ละเว้นตัวเมียที่กำลังเลี้ยงลูกอ่อน เป็นประจำตัวเมียเป็นสัดทุก ๕๐ วัน และเป็นสัดอยู่นาน ๕ วัน คลอดลูกครอกละ ๑-๗ ตัว มีท้องนาน ๑๐๕-๑๑๐ วัน ในธรรมชาติ มีอายุได้ ๒๐-๒๕ ปี เคยมีผู้ประมาณว่า ในประเทศไทยมีคงเหลือในธรรมชาติไม่เกิน ๕๐๐ ตัว พบในแนวเขาตะท้องนาวศรี แนวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ เขาใหญ่ รวมทั้งในป่าดิบทางภาคใต้ ในต่างแดนพบได้ตั้งแต่ในไซบีเรียไปจนกระทั่งทะเลสาบแคสเปียน ในประเทศประเทศอินเดียรวมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเกาะสุมาตรา ชวา และเกาะบาหลี ที่เลี้ยงกันทั่วๆไปในประเทศไทยเป็นเบงกอล อันเป็นชนิดย่อย ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera tigris tigris (Linnaeus) พบที่ประเทศอินเดีย เนปาล บังกลาเทศ รวมทั้งพม่า ชนิดย่อยนี้ตัวโตกว่าชนิดย่อยที่พบในธรรมชาติในไทย

คุณประโยชน์ทางยา
หมอแผนไทยรู้จักใช้ส่วนต่างๆของเสือโคร่งแทบทุกส่วนเป็นเครื่องยา ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเขี้ยว กระดูก หนัง ดีเสื้อ เอ็นเสือ ตาเสือ ไตเสือ และเนื้อเสือ แต่ที่ใช้มากมี
๑. น้ำมันเสือ แบบเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า น้ำมันเสือมีรสเผ็ด ใช้ต้มผสมกับสุรา รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ผมหงอกก่อนวัย ใน หนังสือเรียนพระยาพระนารายณ์ มียาขนานหนึ่ง คือขนานที่ ๖๙ ขี้ผึ้งบี้พระเส้น เข้า “น้ำมันเสือ” เป็นเครื่องยาด้วย
๒. เขี้ยวเสือ โบราณว่ามีรสเย็น มีคุณประโยชน์ดับไข้พิษ ไข้กาฬ แก้พิษร้อน พิษอักเสบ พิษตานซาง เขี้ยวเสือเป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งในพิกัดยาไทยที่เรียก “นวเขี้ยว” หรือ “เนาวเขี้ยว” ตัวอย่างเช่น เขี้ยวหมูป่า เขี้ยวหมี เขี้ยวเสือ เขี้ยวแรด เขี้ยวหมาป่า เขี้ยวปลาพะยูน เขี้ยวจระเข้ เขี้ยวแกงเลียงเขาหิน แล้วก็งา
๓. กระดูกเสือ หนังสือเรียนยาโบราณว่ามีรสเผ็ดคาว เป็นยาบำรุงกระดูก บำรุงไขข้อแล้วก็เนื้อหนัง แก้ปวดบวมตามข้อ แก้โรคปวดข้อ เป็นยาระงับประสาท แก้โรคลมเหียน แก้ปวดตามข้อ หัวเข่า กระดูก บำรุงกระเพาะ ยาขนานหนึ่งใน พระคัมภีร์ไกษย ชื่อ “ยาเนาวหอย” เข้า “กระดูกเสือเผา” เป็นเครื่องยาด้วย
กระดูกเสือในยาจีน
กระดูกเสือเป็นเครื่องยาที่ใช้ในยาจีน หายากแล้วก็มีราคาแพง มีชื่อเครื่องยาในภาษาละตินว่า Os Tigris จีนเรียก หูกู่ (แมนดาริน) ได้จากกระดูกแห้ง (ทุกชิ้น) ของเสือโคร่ง Panthera tigris (Linnaeus) ตำราเรียนยาจีนว่า กระดูกเสือมีรสเผ็ด ฤทธิ์อุ่น มีสรรพคุณไล่ “ลม” แล้วก็แก้ปวด จึงใช้รักษาโรคลมจับโปง แล้วก็มีสรรพคุณเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกรวมทั้งกล้าม ใช้แก้อาการเมื่อยล้าของกระดูกและกล้ามอันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากตับแล้วก็ไต “พร่อง” ขนาดที่ใช้คือวันละ ๓-๖ กรัม โดยมักตระเตรียมเป็นยาเม็ดลูกร้อยกรอง ยาผง และยาดองสุรา ก่อนนำกระดูกเสือมาใช้เป็นเครื่องยา ต้องละเนื้อออกให้หมด ตากให้แห้ง แล้วเลื่อยออกเป็นชิ้นเล็กๆหรืออาจเอากระดูกชิ้นเล็กๆมาทอดด้วยน้ำมันสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วทำให้เย็นก่อนนำมาใช้ เนื่องด้วยกระดูกเสือเป็นเครื่องยาหายากและมีราคาแพง จึงมีของที่เป็นของปลอมขายในตลาดมาก ส่วนใหญ่เป็นกระดูกวัว
๔. น้ำนมเสือ ตำราเรียนสรรพคุณยาโบราณว่ามีรสมันร้อน มีสรรพคุณบำรุงกำลังแก้โรคหืด ดับพิษร้อน มียาหยอดตาขนานหนึ่งใน พระหนังสือปฐมจินดาร์ เข้า “นมเสือ” เป็นเครื่องยาด้วย ดังนี้ ยาหยอดตาสำหรับกัน ขนานนี้ท่านให้เอา นอแรด ๑ นมเสือ ๑ ผลสมอเทศ ๑ รากตำลึงตัวผู้ ๑ รวมยา ๔ สิ่งนี้เอาเท่าเทียมกัน บดทำแท่ง ฝนด้วยน้ำค้าง หยอดแก้สารพันตานทรางทั้งสิ้นขึ้นตา แล้วจึงแต่งยาชื่อว่าคุณประโยชน์ลิกานั้น สำหรับแก้ตานโจร เหล่านี้ถัดไป

Tags : เสือโคร่ง