ผู้เขียน หัวข้อ: มะหาด เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์เเละสรรพคุณ  (อ่าน 29 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ teareborn

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 124
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

มะหาด
ชื่อสมุนไพร มะหาด
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น หาดทรายขนุน ,ปวกชายหาด(ภาคเหนือ),ชายหาด (ทั่วไป),ฮัด(ภาคตะวันตก),มะหาดใบใหญ่(ตรัง),กาอย,ตาแป,ตาแปง(นราธิวาส,มลายู),เซยาสู้(กะเหรี่ยง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Artocarpus lakoocha Roxb.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Artocarpus lakoocha Roxb., Artocarpus lacucha Buch.-Ham.
ชื่อสามัญ Monkeyjack , lakoocha , Monkey Fruit
ตระกูล MORACEAE
ถิ่นเกิดมะหาด
มะหาดป็นพืชที่มีบ้านเกิดในเขตร้อนของภูมิภาคทวีปเอเชียใต้ อย่างเช่น อินเดีย ศรีลังกา และ บังคลาเทศ แล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปในเขตร้อนของประเทศแถบเอเซียอาคเนย์ พม่า,ไทย,ลาว,กัมพูชา,มาเลเซีย เป็นต้น โดยปกติ พบมากขึ้นทั่วๆไปในที่กึ่งโล่งแจ้งตามป่าดงดิบ ปาเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ รวมทั้งป่าหินปูน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราวๆ 100-1,800 เมตร สำหรับในประเทศไทยพบได้มากมากมาย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งทางภาคใต้ของเมืองไทย
ลักษณะทั่วไปมะหาด
จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง 15-25 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมแดงถึงน้ำตาลเข้ม ต้นแก่ผิวจะหยาบรวมทั้งแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลออกแดงหนาแน่น มีน้ำยางสีขาว ใบ เป็นโดดเดี่ยวเรียงแบบสลับราบเดียว รูปไข่หรือรูปขอบขนานขนาด 25-30 × 15-20 ซม. ปลายใบมน ฐานใบมนหรือแหลมกว้าง บางทีอาจเบี้ยวไม่สมมาตร ขอบใบเรียบหรือมีซี่จักน้อย ใบแก่สีเขียวเข้ม เหนียวคล้ายหนัง ด้านบนมีขนหยาบบางส่วน ด้านล่างสีเขียวอมเทา มีขนหยาบคายสีเหลืองบางส่วน เส้นใบข้าง 8-20 คู่ จรดกันที่ขอบของใบ เส้นใบย่อยเห็นกระจ่างเจนที่ด้านท้องใบ ก้านใบยาว 1.4-3.3 ซม. มีขนแข็งสีเหลืองหนาแน่น มีหูใบเล็กบาง ขนาด 4-5 เซนติเมตร รูปหอกซึ่งหลุดหล่นเร็วแล้วก็มีขนปกคลุมหนาแน่น กิ่งก้านออกจะอ่อน อ้วน หนา 3-6 มม. ไม่มีรอยแผลวงแหวน ดอก ออกป็นช่อกลมแน่นสีเหลืองหมองถึงชมพูอ่อนแบบช่อกลุ่ม ดอกแยกเพศร่วมต้น ช่อดอกตัวผู้กลม ช่อยาว 0.8-2 เซนติเมตร ออกเป็นช่อโดดเดี่ยวที่ซอกหรือตอนล่างของกิ่งไม้ โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบเลี้ยงมี 2 พู ลึก เกสรเพศผู้เยอะมาก ช่อดอกตัวเมียรูปไข่ หรือรูปขอบขนาน มีสีเหลืองอ่อน ออกตามกลีบตอนบน กว้าง 0.8-1.2 เซนติเมตร ยาว 1.2-2.3 เซนติเมตร ปลายกลีบดอกไม้หยัก ก้านช่อยาว 2.5-3.5 ซม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ ผล สำเร็จรวมรูปร่างบิดเบี้ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-8 เซนติเมตร ก้านผลยาว 1.2-3.8 เซนติเมตรสีเหลืองอ่อน หรือส้ม ผลแก่สีเหลืองคละเคล้าน้ำตาล รูปร่างเหยเกเป็นตะปุ่มตะป่ำ ผิวนอกมีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ เนื้อในสีเหลืองเข้มถึงสีชมพู เมล็ดเป็นรูปขอบขนาน หรือเกือบกลม สีน้ำตาลเทา มีจำนวนหลายชิ้นโดยมี ขนาด 1.2 เซนติเมตร
การขยายพันธุ์มะหาด
มะหาดสามารถขยายพันธุ์ได้ 2 แนวทาง คือ การเพาะเมล็ดรวมทั้งการทำหมันกิ่ง แต่ว่าวิธีที่นิยมในปัจจุบันเป็นการเพาะเม็ด โดยการเพาะเมล็ดและการปลูกก็ราวกับการเพาะเมล็ดพืชและก็ปลูกประเภทอื่นๆทั่วไป ก็แค่ก่อนปลูกต้องตากดิน 1-2 สัปดาห์และให้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูก แล้วรดน้ำวันแล้ววันเล่าจวบจนกระทั่งต้นกล้าจะตั้งตัวได้รวมทั้งควรจะปักหลักไม้ให้ยึดกับลำต้นของต้นกล้ารวมถึงควรจะทำที่บังแดดด้วย ดังนี้จะใช้เวลาเจริญเติบโตและก็พร้อมที่จะให้ผลเมื่อมีอายุ 5 ปีขึ้นไป
องค์ประกอบทางเคมี
แก่น เจอสารสำคัญกรุ๊ปสติลบินอยด์ ยกตัวอย่างเช่น resveratrol, 2,4,3',5'-tetrahydroxystilbene (oxyresveratrol), สารฟลาโวนอยด์ ยกตัวอย่างเช่น artocarpin, norartocarpin, cycloartocarpin, norcycloartocarpin เปลือกราก เจอฟลาโวนอยด์ ดังเช่น 5,7-dihydroxyflavone-3-O-alpha-L-rhamnoside, galangin-3-O-alpha-L- rhamnoside, kaempferol-3-O-beta-L-xyloside, quercetin-3-O-alpha-L-rhamnoside, ไตรเทอร์ปีนอยด์ lupeol, ราก เจอสติลบินอยด์ อาทิเช่น lakoochin A, lakoochin B เปลือกต้น พบสามเทอร์ปีนอยด์ ตัวอย่างเช่น beta-amyrin acetate, lupeol acetate ต้น มี 5 - Hydroxy - 2 ,4,7 - trimethoxy flsvone - 2, 3, 4, 5, - Tetrahydroxystibene
สรรพคุณมะหาด
ในประเทศไทยผลสุกของสามารถเอามารับประทานสด จะมีรสหวานอมเปรี้ยวส่วนเปลือกต้นมีรสฝาด สามารถเอามาบดกับหมากแทนสีเสียด ใยจากเปลือกต้นมีความเหนียวสามารถนำมาใช้ทำเชือกได้ ราก สามารถนำมาสกัดเป็นสีสำหรับย้อมผ้า โดยจะให้สีเหลือง สำหรับเนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลแกมเหลืองอ่อน เศษไม้สน เนื้อไม้หยาบคาย แข็ง มีความเหนียวรวมทั้งทนทาน สามารถประยุกต์ใช้ทำเสา ก่อสร้างบ้าน หรือใช้ทำเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆได้ รวมทั้งในขณะนี้มีการนำสารสกัดมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆหรือ “ครีมมะหาด“, “โลชั่นมะหาด“, “เซรั่มมะหาด” เพราะว่าสารสกัดจากแก่นนั้นมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase แล้วก็มีคุณภาพสำหรับการยับยั้งการผลิตเมลานิน ก็เลยทำให้ผิวขาวขึ้นได้
ในประเทศเนปาลจะใช้ใบเป็นอาหารสัตว์ เช่น แพะ , โค เพื่อเพิ่มการขับนมในสัตว์พวกนี้ฯลฯ ส่วนสรรพคุณทางยาของชายหาด}นั้นได้มีการระบุเอาไว้ภายในตำราเรียนยาไทยดังต่อไปนี้
ผงจากแก่น (ได้จากการนำแก่นไม้ที่อายุ 5 ปีขึ้นไป มาสับแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปต้มต้มกับน้ำ จนกระทั่งกำเนิดฟอง ช้อนฟองที่ได้รวมกันทำให้แห้ง จะได้ผงสีขาวนวลจับกันเป็นก้อน นำไปย่างไฟให้เหลือง แล้วเอามาบดเป็นผง) เรียกว่า “ผงปวกหาดทราย” มีรสร้อนเมา เอามาชงกับน้ำเย็นรับประทาน เป็นยาขับพยาธิตัวตืดและพยาธิไส้เดือน หรือใช้ละลายน้ำ ทาแก้ผื่นคัน แก่นมีรสร้อน ขับพยาธิตัวตืด แก้ลม แก้อาการท้องอืดเฟ้อ แก้กษัย แก้เส้นเอ็นพิการ แก้ไม่อยากกินอาหาร ช่วยขับลม ขับเลือด ละลายเลือด ขับเยี่ยว แก้ไข้ต่างๆแก้น้ำเหลืองเสีย แก้ประดงทุกชนิด แก้หอบหืด แก้เสลด แก้ผื่นคัน,แก้ตานขโมย ราก แก้ไข้ ขับพิษร้อนใน ขับพยาธิ แก้กษัยในเอ็น เปลือกต้น รสฝาด ใช้เคี้ยวกับหมากแทนสีเสียด เปลือกต้นสด สมาน ทาขับพยาธิ ต้มรับประทานแก้ไข้ ขับพยาธิส่วนในประเทศอินเดีย และก็เนปาลใช้ เปลือกต้น ต้มน้ำทารักษาสิว
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้
ผงปวกหาด ตระเตรียมได้โดยการเอา แก่นมาต้มเคี่ยวด้วยน้ำไปนานจนกำเนิดฟองขึ้น แล้วช้อนฟองขึ้นมาตากแห้ง จะได้ผงสีเหลือง นำมาบดให้เป็นผงละเอียด ขนาดรับประทานทีละ 1-2 ช้อนชา (โดยประมาณ 3-5 กรัม) รับประทานกับน้ำสุกเย็น ก่อนที่จะกินอาหารตอนเช้า ภายหลังรับประทานยาปวกหาดแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ให้รับประทานดีเกลือ หรือยาถ่ายตาม เพื่อระบายท้อง จะช่วยทำให้ถ่ายพยาธิตัวตืดรวมทั้งพยาธิไส้เดือนออกหมด สำหรับเด็กให้ใช้ในขนาดครึ่งหนึ่ง หรือจะใช้ผง 1 ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ รับประทานครั้งเดียว อีก 2 ชั่วโมงถัดมาให้กินยาถ่ายตาม (ในผู้ใหญ่) สำหรับเด็ก ใช้ยาครึ่งช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ กินครั้งเดียว อีก 2 ชั่วโมงถัดมาจึงรบประทานยาถ่ายตามก็ได้
เปลือกต้นสดนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ ช่วยขับพยาธิ หรือจะใช้รากสดหรือแห้ง เอามาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้ร้อนในก็ได้ เหมือนกัน ผงปวกชายหาด ใช้ละลายน้ำทาแก้ผื่นคันต่างๆหรือจะใช้แก่นต้มกับน้ำแล้วก็ใช้ดื่ม แก้กษัย,เส้นเอ็นพิการ ขับโลหิต ขับฉี่ แก้ประคบทุกชนิด

การเรียนทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ฆ่าพยาธิ ผงปวกชายหาดที่ใช้สำหรับในการรักษามี 4 แบบอย่าง เป็น เป็นยาชงละลายน้ำ ยาน้ำ ยาเม็ด รวมทั้งแคปซูล ที่สามารถลดปริมาณไข่ของพยาธิทั้งยังในคนรวมทั้งหมา จากการเรียนโดยแบ่งผู้เจ็บป่วยที่มีพยาธิตืดโคให้รับประทานยาปวกหาดทรายเปรียบเทียบกับยารักษาพยาธิที่ใช้ทั่วๆไป พบว่ายาปวกหาดบริสุทธิ์ ขนาด 3 กรัม ครั้งเดียว มีคุณภาพสำหรับในการรักษาโรคพยาธิตืดวัวก้าวหน้าพอๆกับยาพราสิควอนเตล ขนาด 300 มก. ครั้งเดียว แล้วก็ดีมากยิ่งกว่ายานิวัวลซาไมด์ ขนาด 2 กรัม ครั้งเดียว
สารสกัดด้วยน้ำจากมะหาดในขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว สามารถกำจัดพยาธิใบไม้ขนาดเล็กในลำไส้หนูแรท (Stellantchasmus falcatus) ได้ภายในช่วงระยะเวลา 1 วันภายหลังป้อนสารสกัด
สารสกัดด้วยน้ำของที่ความเข้มข้น 0.25 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร สามารถฆ่าพยาธิใบไม้ชนิด Haplorchis taichui ในหลอดทดลองได้หมดในเวลา 12 ชั่วโมง รวมทั้งสารสกัดหยาบคายด้วยน้ำที่ความเข้มข้น 500 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สามารถยับยั้งการเคลื่อนไหวของพยาธิตัวกลมชนิด Seteria labiato papillosa ที่เจอในไส้วัวควายในหลอดทดสอบได้ภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากให้สารสกัด รวมทั้งทำให้พยาธิตัวแบนชนิด Fasciola gigantica, Paramphistomum cervi, Eurytrema pancreaticum แล้วก็ Fishoederius cobboldi เคลื่อนไหวต่ำลงเป็นลำดับในเวลา 3-12 ชั่วโมง เมื่อนำพยาธิที่ทดลองมาสำรวจสภาพด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนพบว่า พยาธิตัวกลม Haemonchus placei มีฝาผนังลำตัวแตกเป็นร่องลึก ขณะที่พยาธิตัวแบนมีผนังลำตัวบวมเป็นกระเปาะ แตก และก็มีการหลุดลอกออก อย่างไรก็ตามสารสกัดไม่เป็นผลต่อพยาธิตัวแบนจำพวก Gigantocotyle explanatum, Cotylophoron cotylophorum และ Paramphistomum cervi นอกจากนั้นยังพบว่าสารสกัดหยาบคายของมะหาดที่มี oxyresveratrol ปริมาณร้อยละ 70 ยังสามารถยั้งการเคลื่อนไหวและฆ่าพยาธิตัวแบนจำพวก Fasciola gigantica ตลอดตัวเต็มวัยรวมทั้งตัวอ่อนได้เหมือนกัน
ฤทธิ์ต้านเมลานิน จากการทดสอบคุณภาพในการลดเมลานิน ของสารสกัดจากแก่นไม้โดยให้อาสาสมัครสตรี 20 คน ใช้สารสกัดจากแก่นไม้ความเข้มข้นจำนวนร้อยละ 0.25 (น้ำหนัก/ปริมาตร) ในตัวทำละลายโปรปิลีนไกลคอล ทาต้นแขน 1 ข้างและก็ข้างที่เหลือทาตัวทำละลายโปรปิลีนไกลคอลเป็นข้างควบคุม วันละ 2 ครั้ง ตรงเวลา 12 อาทิตย์ ในเวลาเดียวกันเปรียบเทียบกับอาสาสมัครอีก 2 กลุ่มที่ใช้สารสกัดชะเอมเทศ (licorice) ความแรงร้อยละ 0.25 รวมทั้ง kojic acid ความแรงร้อยละ 3 พบว่าสารสกัดมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเพื่อการทำให้ผิวขาว ได้ผลเร็วตอนหลังการใช้เพียง 4 สัปดาห์ ตามด้วย Kojic acid (6 สัปดาห์) และสารสกัดชะเอมเทศ (10 สัปดาห์) ตามลำดับ เมื่อครบ 12 สัปดาห์พบว่าสารสกัดแก่นไม้ทำให้ผิวขาวมากสุด และก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแม้นำมาจัดเตรียมเป็นอีมัลชั่น อาสาสมัครที่ทาโลชั่นความแรงร้อยละ 0.1โดยน้ำหนัก ที่ต้นแขนและแก้ม ตรงเวลา 2 รวมทั้ง 3 อาทิตย์จะมีผิวขาวขึ้นเป็นลำดับ นอกนั้นยังพบว่าสารสกัดแล้วก็ oxyresveratrol ซึ่งเป็นสารหลักในสารสกัดดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถยับยั้งเอ็นไซม์ mushroom tyrosinase ในหลอดทดสอบได้ โดยมีค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งฤทธิ์เอ็นไซม์ได้กึ่งหนึ่ง พอๆกับ 0.76 และ 0.83 กรัม/มล. เป็นลำดับ
สาร oxyresveratrol จากแก่นมะหาด[/url] เมื่อนำมาทำเป็นโลชั่นสารสกัดทาผิว (ความเข้มข้น 1% นน./ปริมาตร) แล้วนำโลชั่นสารสกัดดังที่กล่าวถึงแล้วไปทดลองในอาสาสมัครหญิง อายุ 20 แล้วก็ 23 ปี ที่มีสุขภาพผิวดี จำนวน 30 คน โดยทาที่แขนท่อนข้างล่างวันละ 1 ครั้ง เปรียบเทียบกับแขนอีกข้างที่ทาโลชั่นที่ไม่มีสารสกัด (lotion base) นาน 6 อาทิตย์ แล้ววัดคะแนนผิวขาวด้วย skin-colors tone band โดยการประเมินค่าเม็ดสี (melanin values) เปรียบเทียบก่อนใช้และก็หลังจากที่มีการใช้โลชั่น พบว่าแขนข้างที่ทาโลชั่นคะแนนผิวขาวเพิ่มขึ้น 2.84% ในอาทิตย์ที่ 4 และเพิ่มขึ้น 7.64% ในอาทิตย์ที่ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับแขนอีกข้างที่ทาโลชั่นที่ไม่มีสารสกัด จากการเรียนในครั้งนี้สรุปได้ว่า โลชั่นสารสกัด 1% สามารถลดการสร้างเม็ดสีในอาสาสมัครที่มีสุขภาพผิวดีได้
ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส สารสำคัญของ เป็น oxyresveratrol มีฤทธิ์ยั้งเชื้อไวรัสที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคเริมตัวอย่างเช่น HSV-1 แล้วก็ HSV-2 ที่ผิวหนังของหนูไมซ์ ที่ความเข้มข้น 30 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ยิ่งกว่านั้นหากใช้ oxyresveratrol ร่วมกับ acyclovir จะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้มีฤทธิ์ยั้ง HSV-1 เจริญขึ้น หากให้หนูรับประทาน oxyresveratrol 500 มิลลิกรัม/กก. ทุก 8 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยชะลอการเกิดรอยโรคได้ หากทาครีมที่มี oxyresveratrol ร้อยละ 30 รอบๆที่ติดโรควันละ 5 ครั้ง จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและก็คุ้มครองป้องกันชีวิตหนูได้จากการเล่าเรียนในหลอดทดสอบพบว่า oxyresveratrol ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในสารสกัดมะหาดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสHSV-1 รวมทั้ง HSV-2 รวมทั้งเชื้อไวรัสเอสด์ (HIV-1/LAI) ได้
ฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย สาร lakoochin A, lakoochin B จากราก มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญก้าวหน้าของเชื้อวัณโรค Mycobacterium tuberculosis โดยมีค่า MIC 12.5 และ 50 ไมโครกรัม/มล. ตามลำดับ
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา
การทดลองความเป็นพิษ การทดสอบความเป็นพิษฉับพลันโดยให้หนูแรทแล้วก็หนูเม้าส์กินผงปวกชายหาด และ สารสกัดด้วยอีเทอร์ของแก่นไม้ต้นมะหาดเป็นลำดับ พบว่ามีความเป็นพิษบางส่วน (10, 11) เมื่อป้อนสารสกัดด้วยอีเทอร์ของแก่นไม้ต้น ขนาด 40 และ 400 มก./กิโลกรัม รวมทั้งสาร oxyresveratrol ขนาด 720 มก./กิโล ร่วมกับแมกเนเซียมซัลเฟต ให้กับหนูขาวแล้วก็กระต่าย พบว่าไม่มีอาการไม่ดีเหมือนปกติอะไรก็ตามที่กระตุ้นให้เกิดพิษข้างหลังป้อนได้ 3 และ 7 วัน โดยที่ค่า blood urea nitrogen (BUN) ในเลือดมากขึ้นอีกทั้งในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดด้วยอีเทอร์ รวมทั้งสาร 2, 4, 3', 5' tetrahydroxystilbene แต่ว่าจะคืนกลับสู่สภาพการณ์ปกติด้านใน 7 วัน
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรปฏิบัติตาม
ห้ามรับประทานกับน้ำร้อน เพราะว่าจะก่อให้เกิดอาการปวดท้อง ไซท้อง หรือเกิดอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง
ในผู้ใช้ผงปวกชายหาดบางราย อาจมีอาการแพ้ ผงปวกชายหาดโดยจะกำเนิดอาการ ดังเช่นว่า มีผื่นคันขึ้นตลอดตัว หน้าแดง ผิวหนังแดง คัน ตาแดง แล้วก็เป็นไข้ ซึ่งอาการจะหายไปด้านใน 1-2 วัน
ไม่ควรใช้ผงปวกชายหาดในจำนวนที่มากเกินความจำเป็นหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินความจำเป็น เนื่องจากอาจจะทำให้เป็นผลกระทบต่อร่างกายได้
เอกสารอ้างอิง
.สมุนไพรที่มีการใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  “มะหาด”.  หน้า 643-645.
ธนพล อยู่เย็น, ชโลบล วงศ์สวัสดิ์. ผลของและรากขี้เหล็กต่อพยาธิใบไม้ขนาดเล็กในลำไส้หนูแรท.  J Thai Tradit Altern Med 2008;6(Suppl 2):111.
หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.  (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “มะหาด”.  หน้า 57.
กองวิจัยทางการแพทย์.   สมุนไพรพื้นบ้าน ตอนที่ 1.   กรุงเทพฯ: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์.  กระทรวงสาธารณสุข, 2526.
หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  “มะหาด (Mahat)”.  หน้า 240.
ชโลบล วงศ์สวัสดิ์, พีระวุฒิ วงศ์สวัสดิ์. ผลของพืชสมุนไพรต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวพยาธิพยาธิใบไม้ด้วยเทคนิคจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Effect of anthelminthic plants on the tegumental surface changes of the trematode using scanning electron microscopy). The 31st Congress on Science and Technology of Thailand at Suranaree University of Technology, 18 – 20 October} Nakhon Ratchasima, 2005.
หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ.  (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ).  “มะหาด”.  หน้า 60.
สาร oxyresveratrol  จาก ในการพัฒนาเป็นเครื่องสำอาง.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
วีณา ศิลปอาชา. ตำรายากลางบ้าน. กรุงเทพฯ: โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง, 2529.
.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)
.กลุ่มยาถ่ายพยาธิ.สรรพคุณสมุนไพร200ชนิด.โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีฯ(ออนไลน์)
 Jagtap UB, Bapat VA. Artocarpus: a review of its traditional uses, phytochemistry and pharmacology. J Ethnopharmacology 2010;129:142–66.
  Saowakon N, Chaichanasak P, Wanichanon C, Reutrakul V, Sobhon P. In vitro effect of an aqueous extract of Artocarpus lakoocha on the intestinal parasites in cattle. Planta Med 2010; 76:422.
   Ngamwat W, Permpipat U, Sithisomwong N, et al. Toxicity of Puak-Haad extracts: The extracts from Artocarpus lakoocha  Roxb. wood (Ma-haad). การประชุม PRINCESS CONGRESS I, 10-13 ธันวาคม ณ โรงแรม แชงเกอรีล่า กรุงเทพฯ, 1987. หน้า 80.
Charoenlarp P, Radomyos P, Bunnag D. The optimum dose of Puag-Haad in the treatment of Taeniasia. J Med Assoc Thai 1989;72(2):71-3.
 Nilvises N, Panyathanya R, Wamnutchinda W. Toxicity test of Puag Haad (Artocarpus lakoocha). Bull Dep Med Sci 1985;27(1):49.

Tags : สรรพคุณมะหาด