ผู้เขียน หัวข้อ: สมุนไพรเพกา  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ teareborn

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 124
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
สมุนไพรเพกา
« เมื่อ: เมษายน 16, 2019, 02:30:26 PM »

สมุนไพรเพกา
ชื่อพื้นบ้านอื่น
มะลิดไม้ มะลิ้นไม้ ลิดไม้ (ภาคเหนือ) หมากลิ้นก้าง หมากลิ้นช้าง (งู-ภาคเหนือ) ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุมึง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) กาโด้โด้ง (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) เพกา (ภาคกึ่งกลาง) ลิ้นฟ้า (เลย) เบโก (มลายู-จังหวัดนราธิวาส)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Oroxylum indicum (L.) Kurz
ชื่อตระกูล BIGNONIACEAE
ชื่อสามัญ Indian trumpet flower.
ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
[url=https://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/16960556/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2]เพกา[/url][/url][/color]ไม้ต้นขนาดเล็ก (ST) ผัดใบ -> สูงราวๆ 4-20 เมตร เปลือกต้น เรียบสีเทา บางครั้งบางคราวแตกเป็นรอยตื้นน้อย มีรูระบายอากาศขจัดขจายตามลำต้นรวมทั้งกิ่ง
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบเดี่ยวๆขนาดใหญ่ที่ปลายก้าน รูปทรงกลม ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ก้านใบยาวเพกา ใบย่อยรูปไข่ ขอบใบเรียบ ออกตรงกันข้ามชิดกัน อยู่ราวๆปลายกิ่ง ก้านใบย่อยสั้น แผ่นใบสีเขียวเข้ม
ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ ช่อมีขนาดใหญ่ออกที่รอบๆปลายยอด มีก้านช่อดอกยาว มีดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปปากเปิดแบบสามมาตรด้านข้าง กลีบดอกครึ้ม มี 5 กลีบ ข้างนอกสีม่วงแดงหรือน้ำตาลคล้ำ ข้างในสีเหลืองเปื้อนๆครึ่งหนึ่งสีชมพู โคนกลีบเชื่อมชิดกันเป็นรูปลำโพง ส่วนปลายแยกออกเป็นกลีบย่นย่อขยุกขยิก รอบๆปลายกลีบดอกไม้ภายในสีขาวอมเหลือง หรือขาวอมเขียว มีเกสรตัวผู้ 5 อันใกล้กับท่อดอกโคนก้านจะมีขน
ผล -> เป็นฝักแบน ยาวเหมือนรูปดาบ ห้อยระย้าอยู่เหนือเรือนยอด สีน้ำตาลดำ เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก
เม็ด -> เม็ดแบน มีปีกบางใสจำนวนมาก
นิเวศวิทยา
เป็นไม้ที่ขึ้นได้ทั่วๆไปทุกภาคของเมืองไทย ถูกใจขึ้นบนที่โล่งแจ้ง รอบๆชายเขาดิบ และก็ไร่ร้างปกติ
การปลูกและขยายพันธุ์
เป็นไม้ที่ปลูกได้ไม่ยาก และไม่ต้องการใส่ใจมากนัก เติบโตก้าวหน้าในที่เปียกชื้นระบายน้ำดีโดยเฉพาะดินที่ร่วนซุย ควรจะปลูกในหน้าฝน ขยายพันธ์ุด้วยการเพาะเม็ดหรือการตัดชำราก

ส่วนที่ใช้ รส และก็คุณประโยชน์
เปลือกราก -> รสฝาดขม แก้ปวดท้อง ฝาดวสมาน เป็นยาบำรุง แก้บิด แก้ท้องเดิน ขับเหงื่อ
ราก -> รสฝาดขม เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ท้องวหล่น เจริญอาหาร เพกาก่อให้เกิดน้ำย่อยอาหาร ฝนกับน้ำปูนใสทาแก้อาการอักเสบ ฟกช้ำ บวม ลำต้น รสขม แก้แมลงป่องต่อย
เปลือกต้น -> รสขมฝาด ขับน้ำเหลืองเสีย ขับเลือด ขับเสลด ดับพิษเลือด เป็นยาขมเจริญอาหาร
ใบ -> รสฝาด ใช้ต้มดื่มแก้อาการปวดท้อง แก้ปวดข้อ และเจริญอาหาร
ผลอ่อนหรือฝักอ่อน ->เพกา รสขมร้อน ขับผายลม เป็นยาบำรุงธาตุ
ผลแก่หรือฝักแก่ -> รสขมร้อน แก้ร้อนในอยากกินน้ำ
เม็ดแก่ -> รสขม เป็นยาอมแก้ไข ขับเมหะ ใช้เป็นส่วนประกอบอย่างหึ่งในน้ำจับเลี้ยงของคนจีนแก้ร้อนใน
วิธีใช้รวมทั้งปริมาณที่ใช้

  • ขับเลือด ขับน้ำเหลืองเสีย โดยใช้เปลือกต้นสด 1 กำมือ หรือหนักราวๆ 20 กรัม สับเป็นชิ้นต้มในน้ำที่สะอาด 1 ลิตร เคี่ยวให้เหลือ 3 ใน 4 ส่วน กรองเอาน้ำกิน เช้าตรู่-เย็น
  • แก้ปวดฝี โดยใช้เปลือกสด ประมาณ 1 ฝ่ามือฝนกับสุราโรงทาบริเวณที่เป็นประจำ
  • แก้อาการร้อนใน แก้ไอ และขับเสมหะ เม็ดเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งใน “น้ำจับเลี้ยง” ของคนจีน โดยใช้เมล็ดครั้งละ 0.5-1 กำมือ (หนักประมาณ 1.5-3 กรัม) ใส่น้ำประมาณ 300 มล. ต้มไฟอ่อนพอเพียงเดือดนานประมาณ 1 ชั่วโมง ดื่มวันละ 3 ครั้ง